Wednesday, April 30, 2014

REVIEW : แชมพู ไม่ก่อเกิดสิว หมดปัญหาหนังศรีษะกวนใจ

เอาละครับ ติดค้างกันมายาวนานสำหรับ เกี่ยวกับแชมพูที่นุชาใช้อยู่ หลายๆ คนอยากทราบว่านุชาใช้แชมพูอะไรอยู่ ในช่วงที่เป็นสิวหนักๆ จนสิวดีขึ้นจนหน้าทึ่งครับ วันนี้นุชาจะมาแนะนำแชมพู 1 ชนิดที่ใช้อยู่ ในปัจจุบัน เอามารีวิวกันเลยดีกว่า

ก่อนอื่นนุชาขอเล่าก่อนนะครับ ตอนแรกนุชาไม่ได้สนใจหรือใส่ใจอะไรกับการเปลี่ยนแชมพู มากมายเท่าไหร่ครับ แต่.. เนื่องด้วย พี่สาวของนุชา เขามีปัญหาเกี่ยวกับหนังศรีษะมานานกว่า 3 ปี ก็คือมีอาการคันหนังศรีษะ และเกิดเป็นสะเก็ดคล้ายรังแค เยอะมาก  ซึ่งไปหาหมอรักษาก็ไม่หาย ซื้อผลิตภัณฑ์รักษาอาหารคันหนังศรีษะเพื่อบรรเทาอาหารก็ยังดี แต่กลิ่นนั้นเหม์นมาก ฟุ้งไปทั่วห้อง จนนุชาทนไม่ไหว จึงของให้พี่สาวเลิกใช้ดู

นุชาจึงลองค้นหาข้อมูล และ หาสาเหตุเกี่ยวกับแชมพูดูว่า เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการดังกล่าวหรือไม่
ในความเป็นจริงแล้ว มันเกี่ยวข้องกันเลยละครับ ดังนั้นจึงตัดสินใจเปลี่ยนแชมพู เป็น "แชมพูเด็ก"
เมื่อใช้ไปไม่ถึง 1 เดือน อาการคันที่หนังศรีษะ และอาการแห้งลอกคล้ายรังแค ก็ได้หายไป

ก่อน

นุชาลองคิดเล่นๆ ดูว่า แล้วปัญหาสิว ที่มักจะขึ้นตามไร หน้าผาก ผมนุชาหล่ะ ! แชมพูมีส่วนเกียวข้องหรือไม่? นุชาจึงร่วมใช้แชมพูครั้งนี้ด้วย ปรากฏว่าสิวตรงนี้หายไปด้วยเช่นกัน จนถึงตอนนี้นุชาก็เลยใช้แชมพูเด็กสระผม มาตั้งแต่นั้นมาครับ

หมายเหตุ : ปัจจัยที่ทำให้สิวขึ้นบริเวณหน้าผากมีหลายปัจจัยด้วยกัน เช่น
  • การนอนดึก
  • เครียด
  • การใช้แชมพูที่มีสารเคมีที่ทำให้เกิดการอุดตันของรูขุมขน
  • ระบบขับถ่าย
  • การลุกลามของเชื้อสิว P.acne ไร้การป้องกัน

ถ้าหาสาเหตุของตนเองเจอ การรักษาสิวให้หายก็เป็นไปได้อย่างรวดเร็ว มากขึ้นครับ

หลัง
สารเคมีที่เป็นอันตรายที่อยู่ในแชมพู มีอะไรบ้าง ทุกคนจะได้ทราบและเป็นตัวเลือกในการตัดสินใจการเลือกซื้อแชมพูมาใช้กันดูนะครับ

           - สาร PVP film formers (Polyvinylpyrrolidone) สารพลาสติกเหมือนแผ่นฟิล์ม ช่วยให้ผมอยู่ทรงเป็นประกาย ซึ่งเป็นอันตรายต่อหนังศีรษะ ทำให้เกิดการตกค้างและอุดตันของรูขุมขนบนหนังศีรษะ ทำให้เซลล์ผมทำหน้าที่ได้ไม่เต็มที่ ทำให้เส้นผมหลุดร่วงได้ง่าย เป็นสิวบนหนังศีรษะ และก่อให้เกิดปัญหาเรื่องการขับเหงื่อบนหนังศีรษะ

          - เอสดี แอลกอฮอล์ ทำให้เกิดการระคายเคืองที่หนังศีรษะ ถ้าผลิตภัณฑ์นั้นๆมีแอลกอฮอล์อยู่ในปริมาณมาก

          - สารกันแดดประเภท PABA (para – aminobenzoic acid) เป็นสารกันแดดที่สามารถป้องกัน UVB ได้ ก่อให้เกิดอาการแพ้ได้ง่ายมาก จึงได้มีการหลีกเลี่ยงการใช้สารในกลุ่มนี้ เพราะว่าคนที่ใช้กันแดดที่มี PABA จะแพ้ได้ง่าย โครงสร้างโมเลกุลของ PABA จะทำปฏิกิริยากับออกซิเจนได้ง่ายและทำให้ครีมกันแดดเปลี่ยนสี ดูไม่สวย ทำให้เสื้อผ้าที่สวมใส่เปรอะเปื้อน และที่สำคัญยัง ก่อให้เกิดมะเร็งผิวหนัง ดังนั้น คุณควรเลือกใช้เครื่องสำอางที่ฉลากระบุว่า "PABA Free"

         - ซิลิโคน (Silicone) เป็นสารเคมีที่ทำให้เส้นผม มีความลื่นเป็นมันวาว สปริงตัว หวีง่าย โดยซิลิโคนจะทำหน้าที่คล้ายฟิล์มพลาสติกบางๆ เคลือบเส้นผมบนหนังศีรษะของเราไว้ เวลาหวีจึงให้ความรู้สึกว่าผมสลวย ซึ่งในขณะเดียวกันสารซิลิโคนจะเข้าไปตกค้างอุดตันในรูขุมขนบนหนังศีรษะ ทำให้เซลล์ผมทำหน้าที่ได้ไม่เต็มที่ หลุดร่วงได้ง่าย ทำให้มีปัญหาเรื่องการขับเหงื่อตามมา

และสุดท้ายจะเป็นตัวยาที่ใช้ในการแก้ปัญหาผมร่วง ผมบาง

         - Minoxidil ซึ่งยาชนิดนี้มีทั้งที่เป็นประเภทน้ำและยาเม็ด ซึ่งแฮร์โทนิคส่วนมากนิยมนำไปเป็นส่วนผสม ซึ่งอาจจะเข้มข้น 3% หรือ 5% แล้วแต่ยี่ห้อ ในความเป็นจริง Minoxidil เป็นยาลดความดันในผู้ป่วยที่มีความดันสูงผิดปกติ ซึ่งผู้ป่วยประเภทนี้เมื่อเกิดภาวะความดันผิดปกติขึ้นอาจมีผลกระทบต่อผมร่วงได้ ดังนั้นการใช้ยา Minoxidil รักษาจึงตรงจุด เพราะถ้าความดันที่ผิดปกติลดลงอยู่ในภาวะที่ปกติทั่วไปก็จะมีผลต่อการลดลงของผมร่วง แต่เนื่องจากปัญหาผมร่วงมีสาเหตุที่มาจากปัจจัยหลายอย่างมากมายไม่ได้มาจาก ความดันที่ผิดปกติเพียงอย่างเดียว
           กรณีที่มีการใช้ Minoxidil ในการรักษาผมร่วงและสาเหตุผมร่วงไม่ได้มาจากความดันที่ผิดปกติใดๆอาจเกิดผลข้างเคียงติดตามมาได้ เมื่อท่านใช้ไปสักระยะจะมีขนอ่อนๆขึ้นตามแขน หนวด ศีรษะ ไม่แนะนำให้ใช้ยานี้มากินเพื่อรักษาผมร่วงเป็นอันขาด เนื่องจากมีผลข้างเคียงมาก ทำให้ความดันเลือดตก ยาที่นำมาใช้นั้น อยู่ในรูปของยาทาหนังศีรษะ ซึ่งไม่มีผลข้างเคียงใด ๆ บางรายอาจมีหนังศีรษะแห้งได้ การใช้ยาตัวนี้จะทำให้เส้นผมที่เล็กลง กลับคงตัวอยู่ได้ และมีอายุยืนยาวขึ้น แต่ผลนี้จะอยู่ตราบเท่าที่ได้รับยา เมื่อหยุดยาผลนี้จะหายไป

           สารซัลเฟต (Sulphates) ซัลเฟต คือ เกลือของกรดซัลฟิวริก ซึ่งในแชมพูจะมีสารซัลเฟตอยู่ 2 ชนิด ได้แก่ Sodium lauryl sulphate (SLS) และ Sodium laureth sulphate (SLES) ซึ่งทั้งสองชนิดนี้ความจริงแล้วไม่ได้มีอันตรายร้ายแรงเหมือนอย่างที่มีคนร่ำลือกันว่า เป็นสารก่อมะเร็ง แต่ความจริงแล้วมันมีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า เป็นสารลดแรงตึงผิว ซึ่งจะช่วยทำความสะอาดสิ่งสกปรกต่าง ๆ ออกจากร่างกาย รวมทั้งทำให้เกิดฟองจำนวนมาก
         ถึงแม้มันจะไม่ได้เป็นสารก่อมะเร็งอย่างที่เขาลือกัน แต่ผู้ใช้แชมพูที่มีสารซัลเฟตผสมอยู่ทำให้เกิดอาการระคายเคืองต่อหนังศีรษะ ดวงตา และทำให้เส้นผมที่เคยนุ่มชุ่มชื้นกลายเป็นแห้งเสียได้อย่างง่ายดาย รวมทั้งทำให้สีผมที่คุณไปโกรก ย้อม หรือไฮไลท์มานั้นหลุดออกภายในระยะเวลาไม่นาน
         สำหรับครีมนวดผม จะไม่มีซัลเฟตชนิดใดผสมอยู่เลย สังเกตได้ว่าเมื่อใช้ครีมนวดจะไม่มีฟองเหมือนกับเวลาใช้แชมพูเลยสักนิด ดังนั้นในส่วนของครีมนวด ผู้ใช้จึงไม่จำเป็นต้องกังวลอะไรมาก แต่ก็ควรเลือกที่เหมาะกับสภาพผมของคุณด้วยเช่นกัน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจ


วันนี้นุชา รีวิว ผลิตภัณฑ์ของ  แชมพู Babi mild Ultramild 

ทำไมถึงใช้ยี่ห้อนี้ ให้เหตุผลว่า มันลดราคาบ่อย จาก 108.- เหลือ 89.- 
เลยจัดมาแบบไม่ลังเล แถมขนาด 400. ml. จะคุ้มไปไหน



คุณสมบัติ คำเครมจากทางผลิตภัณฑ์ :


ส่วนผสม : โอเคถือว่ารับได้ ถึงแม้จะมีอนุพันธ์ของแอลกอฮอร์ในปริมาณเล็กน้อยมาก็ไม่เป็นไร 
เพราะผลการทดสอบพบว่า... สามารถใช้ได้กับเด็กเล็กได้


เป็นฝาปั่ม กดง่ายมาก

อันดับ 1 ที่คุณแม่วางใจ ว่างั้นนะ
กลิ่น : หอม อ่อนๆ จากธรรมชาติ แนว Baby มากมากๆ คะแนน 9/10 

ความนุ่มลื่นหลังสระ - อาบน้ำ : ไม่แห้งตึง ผมนุ่มลืม 9.5/10

ไม่เกิดให้เกิดสิว เกิดการอุดตัน : 10/10


เอาละครับ วันนี้ขอจบการรีวิวเพียงเท่านี้นะครับ
ฝากกดลไท์ เพจด้วยนะครับ
https://www.facebook.com/Diaryhome

XO,XO
HAPPYNUCHA

แชมพูสิว, รังแค, หนังศรีษะลอก, แชมพูอ่อนโยน, รักษาสิวแชมพู

2 comments:

  1. แต่ในแชมพูนี้มี Sodium laureth sulphate อยู่ด้วยไม่ใช่รึ อย่างนี้เราควรเลือกซื้ออันนี้หรือไม่

    ReplyDelete