Monday, February 17, 2014

[เคสรักษาสิว] ประสบการณ์รักษาสิวพี่แพรว หนังหน้าไม่ใช่เรื่องล้อเล่น !!?!

สวัสดีครับวันนี้นุชาจะมาอัพเดทบทความเคสรักษาสิวที่นุชาได้ทำการดูแลรักษาสิวตลอดจนสิวหายจนน่าพอใจและยินดีมากๆ ซึ่งจะเป็นบทความที่พี่แพรวได้ส่งอีเมลล์มาให้นุชานะครับ ซึ่งนุชาจะขอคัดลอกบทความทั้งหมดลงเลยโดยไม่แก้ไขนะครับ มาดูกันนะครับพี่แพรวเปลี่ยนแปลงผิวหน้าของตัวเองได้ขนาดไหนครับ พี่แพรวคือผู้คิดค้นสโลแกนที่ว่า "หนังหน้าไม่ใช่เรื่องล้อเล่น....." ครับ


             สวัสดีค่า ชุมชนคนเป็นสิวทู๊กคนนนน แนะนำตัวก่อนคะ เค้าชื่อแพรวนะคะ แต่ก่อนไม่เคยเป็นเลยค่ะสิวเนี่ย จะมีบ้างก็แค่ช่วงศึกแดงเดือด ขึ้นเม็ด สองเม็ดพอเป็นพิธี อยู่ดีๆเมื่อ3 ปีที่แล้ว สิวก็บุกค่า เสมือนพม่าตีกรุงศรีเลยค่ะ มาทุกทิศทุกทาง ทุกกลเม็ดเคล็ดลับมาหมดค่ะ ไม่ว่าจะสิวอักเสบ  สิวอุดตัน สิวไม่มีหัว สิวหัวช้าง คือตอนนั้นจิตตกมากค่ะ ทุกคนที่เห็นจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ไปทำอะไรมา? ทำไมหน้าเป็นแบบนั้น? ไม่อยากออกไปไหน ไม่อยากพบเจอผู้คน เข้าใจความรู้สึกของคนที่เป็นสิวจริงๆค่ะว่ามันรู้สึกยังไงส่องกระจกแทบไม่อยากมองหน้าตัวเองเล้ยยย ให้ตายเหอะโรบิ้น!!

           พอเริ่มรับสภาพหน้าตัวเองไม่ได้ เลยเริ่มหาข้อมูลค่ะ ใครว่าอะไรดีใช้แล้วสิวหาย นังแพรวลองหมดค่ะ ไม่ว่าของไทย ของเทศ เคาท์เตอร์แบรนด์ ลองมาหมดคะ ราคาตั้งแต่หลักร้อย จนถึงหลักพัน หลายพัน เพื่อกู้หน้าแหกๆ อิชั้นทุ่มทุนสร้างจ้า ใช้ๆๆๆไปพอไม่ดีก็เปลี่ยน หาใหม่ ลองใหม่ วนเวียนไปเรื่อยๆอยู่แบบนี้ค่ะ ตลอดระยะเวลาเกือบ 2 ปี หน้าก็ไม่ได้ดีขึ้นแต่อย่างใด จนเมื่อปีที่แล้ว มารูจักน้องนุชา ก็แอดเฟรนน้องไปทาง Facebook น้องก็แนะนำ ถามข้อมูล ไลฟ์สไตล์ การใช้ชีวิต ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ น้องแกถามหมดค่ะ ตอนนั้นยังคิด จะถามไรนักหนาฟระ ฮ่าๆๆ (นุชาเจ้ขอโต๊ดดดด) แต่ก็ตอบๆไป เพราะคิดว่าไหนๆก็ไหนๆ ไม่มีอะไรเสียหาย ลองมาหมดทุกทางละ จะลองอีกสักคราจะเป็นไรไป (;

สาเหตุของการเป็นสิวมีดังนี้นะเพคะ


  • เคยใช้ครีมตามเพื่อนเมื่อสมัยยังวัยกระเตาะ กำลังเป็นฮอร์โมน วัยว้าวุ่นเลยค่ะตอนนั้น ตอนใช้หน้าใสมากกก ไม่ต้องทาแป้งยังเด้งเลย ใช้ได้ประมาณ 5 เดือน เราก็โง่ค่ะตอนนั้น ไปไหนก็มีแต่คนทักว่าหน้าใสจังใช้ครีมอะไร หารู้ไม่ว่ากำลังนำพามาซึ่งหายนะครั้งยิ่งใหญ่ของชีวิต
  • เป็นคนนอนดึกจนเป็นนิสัยคะ เรียกได้ว่าเป็นมนุษย์กลางคืนเลยก็ว่าได้ คือพอฟ้ามืดปุ๊ป ตาสว่างปั๊บ ฮ่าๆๆๆ
  • กินทุกสิ่งอย่างที่ขวางหน้าคะ ขนม นม เนย ช็อคโกแลต นี่ของโปรดเลย คือต้องมีติดตู้เย็นเลยก็ว่าได้เลยมีปัญหาเกี่ยวกับระบบขับถ่ายด้วยค่ะ ท้องผูกบ่อยมาก
  • เป็นมนุษย์ที่ไม่ชอบออกกำลังกายเลย แฟนเก่า (ตอนนั้นยังหวานชื่น แต่ตอนนี้เราจบกันไปแล้ว อย่าไปโฟกัสเรื่องนั้นคะ เรามาต่อกันเรื่องสิวๆ กิกิ) ชวนไปตีแบต ว่ายน้ำ วิ่ง บลาๆๆ คือไปบ้างเพื่อไม่ให้เค้าเสียใจอ่ะคะ หลังๆเค้าคงรู้ว่าเราไม่อยากไปเค้าเลยเลิกชวนไปโดยปริยาย


นุชาก็แนะนำ ให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมใหม่หมดค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการนอนดึก อาหารการกิน การออกกำลังกาย รวมถึงผลิตภัณฑ์ต่างๆที่ใช้ด้วย แรกๆก็ฝืนค่ะ เพราะชีวิตปกติเราไม่ได้เป็นแบบนั้น แต่ทำไปทำมาก็เริ่มชิน เรามาพูดกันทีละเรื่องดีกว่าค่ะ

-เวลานอน
น้องนุชาแนะนำว่าไม่ควรนอนเกิน 5 ทุ่มนี่ก็คือดึกมากแล้วว แต่ด้วยหน้าที่การงานของแพรว มันไม่เอื้ออำนวยคะ เลยขอผัดผ่อนว่า ไม่เกินเที่ยงคืนละกันเนอะ แต่ก็มีบางวันที่เกินนะคะ แต่จะพยายามไม่ให้เกินมากค่ะ เวลาตื่น ที่จริงตามหลักนาฬิกาชีวิต ต้องตื่นตี 4 แต่ไม่ไหวคะ ฮ่าๆๆ เลยตื่นประมาณ 6 โมง ไม่เกิน 7 โมงค่ะ พอเราเริ่มทำจนเป็นกิจวัตร ร่างกายเราจะเซตอัตโนมัติไปโดยปริยายค่ะ คือพอสักห้าทุ่มเริ่มง่วง หกโมงครึ่งลืมตาเลย ใครไม่เชื่อต้องลองค่ะ แรกๆจะทรมานหน่อย หลังๆสบายมาก

-ออกกำลังกาย
เรื่องนี้ตั้งใจทำที่สุดเพราะอยากลดความอ้วนด้วยคะ ออกมันทุกอย่าง ไม่ว่าจะปั่นจักรยาน ตีแบต บริหารลดสัดส่วนเป็นเซตๆ เต้น โยคะ เอาหมดคะ ผลที่ได้คือเฟิร์มขึ้น ใส่เสื้อผ้ามั่นใจมากขึ้น ไม่ป่วยบ่อยเหมือนแต่ก่อน ถึงตอนนี้จะไม่ได้ผอมมากมาย แต่สุขภาพโดยรวมดีขึ้นมากๆค่ะ

-อาหารการกิน
น้องนุชาแนะนำให้ดื่มน้ำผัก ผลไม้ปั่น เข้าทางเลย แม่มีเครื่องปั่นแบบแยกกากพอดี ดื่มมันเข้าไปทุกเช้า ก่อนทานอาหารเช้า วันละ 1 ลิตร !!! อิ่มมากค่ะ คิดในใจฉันจะสวยยๆๆๆๆ ลดพวกเนื้อแดงจะเน้นเป็นปลาซะส่วนใหญ่ ลดขนมนมเนย ของทอด แต่ก็ไม่ได้ว่าเคร่งจนไม่ทานเลยนะคะ ก็ทานบ้างค่ะ แต่ไม่มากเหมือนแต่ก่อน ของพวกนี้จะมาหวังผลในระยะเวลาอันสั้น เป็นไปไม่ได้แน่นอนค่ะนอกจากใครจะมีเวทมนต์ แต่เชื่อเถอะคะ ทำเข้าไปสักวันนึงผลของมันสวยงามคุ้มค่ากับการรอคอยเสมอค่ะ








-ผลิตภัณฑ์
เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่พอสมควรค่ะ คนเป็นสิวจะ sensitive มากค่ะ จะอ่อนไหว โอนเอียงไปตามคำโฆษณาชวนเชื่อต่างๆได้ง่ายมากกกกกกกกกก แพรวเคยเป็นมาก่อน ฮ่าๆ จะบอกว่าก่อนอื่นเราต้องมานั่งดูสภาพหน้าตัวเองก่อนคะว่า สภาพผิวเป็นแบบไหน แต่ก่อนแพรวคิดมาตลอดคะว่าตัวเองเป็นคนผิวมัน มันมากกแบบทอดไข่ได้ เลยใช้แต่ผลิตภัณฑ์ที่ควบคุมความมันซะเป็นส่วนใหญ่ แต่ไหงทำไมยิ่งใช้ หน้ายิ่งมัน แล้วผิวมันดูกร้านๆ ยังไงชอบกล แต่เมื่อไม่นานมานี้พึ่งจะมาค้นพบจ้า ว่าที่แท้จริงแล้วตัวเองเป็นคนผิวขาดน้ำ คือผิวขาดความชุ่มชื้น แล้วพอเราไปใช้แต่อะไรที่คุมมัน ผิวมันก็จะนึกว่าขาดน้ำมัน ทีนี้เลยผลิตกันมาใหญ่เลยจ้า หน้าเลยมันแบบกร้านๆ เพราะขาดน้ำ -..- เพื่อให้ง่ายต่อการเข้าใจเรามาแบ่งเป็นขั้นตอนดีกว่านะคะ ฮรี่ๆไปค่ะ ลุย !!!!


1.ขั้นตอนการทำความสะอาดผิว >>ขั้นตอนนี้แพรวถือว่าเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดจ๊ะ เหนือสิ่งอื่นใดเลยก็ว่าได้ การทำความสะอาดผิวเป็นสิ่งจำเป็นนะคะทุกคน อย่ามองข้ามเน้ออ มาดูกันค่ะว่าแพรวใช้อะไรบ้าง




เช็ดเครื่องสำอางบนตาด้วยเบบี้ออยหรือใครจะใช้ eye remover ก็ตามสะดวกค่ะ แต่ถ้าใครไม่แต่งหน้าแต่งตาก็ข้ามขั้นตอนนี้ไปได้เลยคะ


ขั้นตอนที่สองคือเช็ดพวกเครื่องสำอางบนใบหน้าค่ะ รองพื้น บีบี กันแดด บลาๆๆ แพรวจะใช้อยู่สองตัวนี้คะแล้วแต่งบประมาณในแต่ละช่วง ตัวแรก คือ Biodermaฝาสีชมพูเหมาะสำหรับผิวแพ้ง่าย ตัวนี้ใช้ดีมากกกคะ ชอบมาก เทใส่สำลีใหชุ่มๆแล้วเช็ดหน้าตามแนวโพรงขนนะคะ เค้ามีหลายสูตรนะคะ ฝาสีเขียวสำหรับผิวมัน ราคาในร้านขายยา บู๊ทส์ วัตสัน ขวดใหญ่สุดรู้สึกว่าจะพันกว่าบาท แต่ถ้าตามร้านหิ้วทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 700 – 900 บาท แล้วแต่ร้านคะ (แต่ระวังของปลอมกันด้วยนะจ๊ะ) 

ส่วนอีกตัวนึงแพรวจะใช้ตอนงบประมาณจำกัดเพราะราคาถูกกว่ากันเยอะพอสมควรค่ะ ยี่ห้อ Bifesta มีขายที่วัตสันนะคะ ราคาประมาน 480 บาทแล้วแต่สูตรค่ะ ตัวนี้ก็ใช้ดีเหมือนกันคะ แต่ความรู้สึกหลังเช็ดมันจะไม่เฟรชเท่า กับ Biodermaแต่ถือว่าพอทดแทนกันได้ค่ะ  

ยี่ห้อนี่เค้ามีหลายสูตรนะคะ สีส้ม : สูตร Q10 สำหรับผู้ที่มีริ้วรอย
                สีน้ำเงิน : สูตร Bright Up เพื่อผิวกระจ่างใส
                สีเขียว : สูตรSebum สำหรับผิวผสม – ผิวมัน
                สีขาว : สูตร Moist สำหรับผิวแห้ง และผิวขาดน้ำ






       พอเช็ดเครื่องสำอางเสร็จ รอให้หน้าแห้งสักพัก เพื่อความมั่นใจว่าผิวสะอาดจริงๆ แพรวใช่ตัวนี้อีกทีคะ Biore Cleansing Liquid ตัวนี้เป็นเนื้อเจลนะคะ กดออกมาสัก3-4 ปั๊มแล้วนวดวนๆๆ สักหนึ่งนาที แล้วล้างออกด้วนน้ำสะอาดค่ะ ตัวนี้มีน้ำหอมและแอลกอฮอล์นะค่ะ ใครแพ้ลองหาตัวอื่นแทนดูนะคะ


        หลังจากนั้นก็ล้างหน้าค่ะ แพรวใช้ตัวนี้คะ เพราะอ่อนโยนดี ก่อนล้างหน้าถ้าใครเป็นสิวเยอะๆ มีครีมพวกละลายหัวสิวที่ทาก่อนล้างหน้าก็ทำตามขั้นตอนเลยนะคะ แต่ตอนนี้แพรวไม่ได้ใช้แล้วจ้า การล้างหน้าอย่าลืมล้างตามแนวโพรงขนนะคะ แรกๆจะขัดใจหน่อย ทำไปเรื่อยๆเดี๋ยวก็ชินคะ









วิธีการล้างหน้าตามแนวโพรงขนนะคะ






ขั้นตอนต่อไปคือโทนเนอร์ค่ะ แพรวใช้ของยี่ห้อ ROC ค่ะ ตัวนี้ไม่ได้ตั้งใจจะซื้อแต่เภสัชกรแนะนำเลยลอง มันเซลล์พอดีด้วย (งกอ่ะคะ แฮะๆ) เลยซื้อมาลอง ปรากฏว่าไม่แพ้ค่ะ แต่ตัวนี้มีแอลกอฮอล์กับน้ำหอมนะคะ ใครแพ้หาตัวอื่นแทนเน้ออออ^^




2. ขั้นตอนการบำรุงผิว

พอเช็ดโทนเนอร์เสร็จแพรวใช่ตัวนี้เป็นตัวบำรุงค่ะ Origins Make A Difference Plus+ Rejuvenating treatment ตัวนี้เป็นไลน์สำหรับเติมน้ำให้ความชุ่มชื่นให้ผิวคะ ชอบมากกกกกกกก ใช้แล้วหน้านุ่ม ชุ่มชื่น ไม่มันด้วยนะเออ ราคาก็แพงเอาเรื่องเหมือนกันคะ กระปุกแค่นี้ 2,000 บาทไทย (ราคาเคาท์เตอร์นะคะ อาจจะถูกกว่านี้ตามร้านหิ้วทั่วไปนะคะยังไงลองเช็คดูเน้อ) แหนะ แต่ถ้าใช้แล้วดีก็คุ้มเงินค่ะ สำหรับใครที่ว่ามันแพงไป หรือมีตัวบำรุงตัวไหนที่ใช้อยู่แล้วมันโอเคแล้ว เหมาะกับสภาพผิวหน้าตัวเองก็สามารถใช้แทนกันได้นะคะ แล้วแต่สะดวกเลยจ้า



          พอทาครีมบำรุงเสร็จ มาต่อกันที่ครีมกันแดดกันคะ ที่แพรวใช้มีอยู่ 2 ยี่ห้อค่ะตัวแรกเป็น Vitacreme Sun Protection ตัวนี้เป็นครีมของประเทศสวิซเซอร์แลนด์ค่ะ พี่สาวซื้อมาฝาก ใช้ดีเลยค่ะชอบบ แต่ใครที่หน้ามันมากๆไม่แนะนำนะคะ เมืองไทยก็มีขายนะคะยังไงของหาข้อมูลเอาดูเน้อ อีกตัวนึงแพรวเอาไว้ทาระหว่างวัน เพราะมันทาทับเมคอัพได้ค่ะ คือเจ้า Biore UV Aqua Rich หลอดอ้วนๆ สีฟ้า ราคา 450 บาทแต่ใช้ได้นานมากกกกค่ะคุ้มสุดๆ ตัวนี้เป็นเนื้อเอสเซนส์นะคะ ไม่เหนียวเหนอะหนะ มาแล้วซึมไปกะผิวเลยค่ะ ไม่เป็นคราบจ้ะ แต่ตัวนี้มีแอลกอฮอล์นะคะ ใครแพ้ลองหาตัวอื่นแทนดูเน้อ 

          พอลงกันแดดเสร็จ สำหรับใครที่เป็นสิวเยอะๆไม่แนะนำให้แต่งหน้านะคะ หรือถ้ามันเลี่ยงไม่ได้จริงๆ เพราะต้องทำงานพบปะผู้คน แพรวแนะนำให้ใช้เครื่องสำอาง MMU ดูนะคะ มีทั้งยี่ห้อของคนไทย ทั้งของต่างประเทศ ที่แพรวใช่มีอยู่ 2 ยี่ห้อค่ะคือ Bare mineralsอันนี้ของเมืองนอกค่ะบ้านเราไม่มีขายราคาค่อยข้างสูง กับอีกยี่ห้อนึงคือ Felicite Minerals ยี่ห้อนี้ของคนไทยค่ะ แต่คุณภาพเกินราคาค่ะ แพรวใช้มาเกือบ 2 ปีแล้ว ปลื้มลื๊มมมค่ะ 

เอาละคะต่อไปจะเป็นวิวัฒนาการอันน่าสะพรึงกลัวว
5 4 3 2 1 gooooo !!! 








สุดท้ายนี้แพรวอยากจะบอกว่า ขอให้ทุกคนอดทนนะคะ แพรวก็เป็นคะ ที่ท้อมากกก ไม่อยากมองหน้าตัวเองเลย จนหลังๆเริ่มเบื่อ ไม่ค่อยไปสนใจมันสักเท่าไหร่ เพียงแค่รักษาความสะอาดของผิวให้ได้มากที่สุดเท่าที่เราจะสามารถ และเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับสภาพผิวของเรา แพรวจะให้ความสำคัญกับการล้างหน้ามากๆค่ะเพราะแพรวเชื่อว่า ถ้าผิวเราสะอาด % การเกิดสิวมันก็จะน้อยลง ตอนนี้แฮปปี้กับสภาพผิวตัวเองมากๆคะ เหลือแค่ร่องรอยอารยธรรมก็รักษากันต่อไปค่ะ แต่สิวไม่ขึ้นเพิ่มแล้ว สิวอุดตันยังมีนิดๆหน่อยๆให้เราได้คิดถึงบ้าง ส่วนสิวอักเสบ นานๆจะมาทีค่ะ ส่วนมากจะมาช่วงก่อนวันแดงเดือดจ้ะ เป็นกำลังใจให้ทุกคนนะคะ เราเป็นได้เราก็ต้องหายได้ค่ะ สู้ๆจ้า ^^

สุดท้าย ท้ายสุดจริงๆละ ต้องขอขอบคุณน้องนุชามากๆ ที่คอยแนะนำและอยู่เคียงข้างให้กำลังใจกันมาตลอดนะจ๊ะ ขอบคุณมากกก รักมากนะเคอะ ^^

เพียงพอ (แพรว)

แหมๆ เล่นเอาซะนุชาเขิลเลย นุชาดีใจกับพี่แพรวที่หลุดพ้นวงจรของการรักษาสิวแล้วด้วยมากๆ แม้สิวจะหายแล้วแต่มิตรภาพระหว่างเรายังคงไม่จางหาย ตอนนี้ก็มีพูดคุยกันบ่อยมากๆ อยากบอกว่าขอบคุณมากๆนะพี่แพรวที่ทำให้เราได้รู้จักกัน รักเธอมากมาย..................

XOXO
รักษาสิวด้วยตนเอง, รักษาสิวหาย, สิวหายขาด, นุชารักษาสิว, เคสรักษาสิว

Wednesday, February 12, 2014

น้ำผักปั่นสูตรคนเป็นสิว Peppermint Mix

สวัสดีครับ วันนี้นุชาจะมาแนะนำสูตรน้ำผักปั่น ความจริงสูตรไม่ได้ตายตัวแปะๆ คือวันนี้มีวัตถุดิบในตู้เย็นและไปเดินตลาดหาซื้อผัก เผอิญไปเจอ ต้นKitchen Mint, Marsh Mint หรือบ้านเราเรียกว่าสระเหน่ ซึ่งตอนนี้เริ่มเข้าฤดูร้อนแล้ว ต้นสระแหน่นี่แหละ สามารถช่วยดับร้อนแก้กระหาย และยังปรับสมดุลให้กับร่างกายได้ดีอีกด้วย







ส่วนประกอบ : 
  1. แอปเปิ้ล 1 ลูก
  2. มะเขือเทศ 4 ลูก
  3. Marsh Mint (สาระแหน่) 3 ต้น
  4. ผักกาดหอม 3 ใบ
  5. น้ำเปล่า 1 แก้ว
ปั่นทุกอย่างด้วยเครื่องปั่นระดับแรงสุด ปั่นให้เนื้อเนียนละเอียด เสร็จแล้วดื่มพร้อมกากเลยครับ ไม่ควรทิ้งไว้นานเกิน 15 นาที ไม่งั้นวิตามินจะสลายไปหมดนะครับ

สูตรนี้แนะนำสำหรับผู้มีภาวะร้อนเกิน เป้นโรคกระเพราะอาหาร หรือต้องการให้สุขภาพผิวของตนเองขาวใส สามารถทำดื่มได้เป้นประจำทุกวัน หากต้องการเพิ่มความหวานสามารถเพิ่มน้ำผึ้งได้ครับ



สะระแหน่ ภาษาอังกฤษ Kitchen Mint, Marsh Mint ส่วนสะระแหน่ชื่อวิทยาศาสตร์คือ Metha cordifolia Opiz. จัดอยู่ในวงศ์กะเพรา เป็นพืชสมุนไพรไทยที่จัดอยู่ในตระกูลมิ้นต์

มีแหล่งกำเนิดในแถบทวีปยุโรปตอนใต้และในแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ลักษณะใบจะคล้ายคลึงกับพืช ในตระกูลมิ้นต์มาก มีกลิ่นหอมคล้าย มะนาว รสชาติจะคล้ายๆกับตะไคร้หอมและมะนาว

ประโยชน์ของสะระแหน่ นั้นมีหลากหลายเพราะประกอบไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ อย่าง เบต้าแคโรทีน วิตามินบี1 วิตามินบี2 วิตามินบี3 วิตามินซี ธาตุแคลเซียม ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก เป็นต้น และยังให้พลังงาน 47 กิโลแคลอรี (ใน 100 กรัม) โดยใบสะระแหน่นั้นควรเลือกใช้ใบสดและยอดอ่อนจะได้สรรพคุณที่ดีกว่าใบแห้ง

ประโยชน์ของสะระแหน่
  1. สะระแหน่ ช่วยให้ผิวชุ่มชื้นด้วยการนำใบสะระแหน่มาบดแล้วนำมาทาผิว
  2. สะระแหน่ช่วยกำจัดอนุมูลอิสระออกจากร่างกาย
  3. ใช้เป็นยาเย็น ดับร้อน และขับเหงื่อในร่างกาย
  4. ช่วยบำรุงและรักษาสายตา
  5. ช่วยลดรอยคล้ำใต้ตาด้วยการนำใบสะระแหน่มาบดให้ละเอียดโดยเติมน้ำระหว่างบดด้วยเล็กน้อย แล้วใส่น้ำผึ้งตามลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วนำมาทาใต้ตาทิ้ง ไว้ประมาณ 15 นาทีแล้วล้างออก
  6. ช่วยบรรเทาอาการเครียด
  7. ช่วยรักษาอาการปวดศีรษะ ไมเกรน ช่วยให้สมองปลอดโปร่ง โล่งคอ ด้วยการดื่มน้ำใบสะระแหน่ 5 กรัมกับน้ำ 1 ถ้วย ผสมเกลือเล็กน้อย วันละ 2 ครั้ง
  8. ช่วยแก้อาการหน้ามืดตาลาย ด้วยการดื่มน้ำต้มใบสะระแหน่กับขิงสด
  9. ช่วยบรรเทาอาการและแก้หวัด น้ำมูกไหล อาการไอ
  10. ช่วยรักษาโรคหอบหืด
  11. ช่วยรักษาโรคหลอดลมอักเสบ
  12. ช่วยให้หัวใจแข็งแรง
  13. ช่วยรักษาอาการอ่อนเพลียของร่างกาย
  14. ช่วยห้ามเลือดกำเดาไหลได้ ด้วยการใช้สำลีชุบน้ำที่คั้นจากใบสะระแหน่ หยอดที่รูจมูก
  15. ช่วยบรรเทาอาการปวดฟัน เจ็บปาก เจ็บลิ้น ปวดคอ ด้วยการดื่มน้ำต้มใบสะระแหน่
  16. ช่วยแก้แผลในปากด้วยน้ำสะระแหน่ ด้วยการดื่มน้ำต้มใบสะระแหน่
  17. ช่วยรักษาและบรรเทาอาการปวดหู ด้วยการใช้น้ำคั้นจากใบสะระแหน่มาหยอดที่รูหู
  18. ช่วยระงับกลิ่นปากได้อีกด้วย
  19. ช่วยขับลมในลำไส้และช่วยในการย่อยอาหาร
  20. ช่วยรักษาอาการท้องร่วง ปวดท้อง อาการบิด ด้วยการดื่มน้ำต้มใบสะระแหน่
  21. ช่วยแก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ
  22. ช่วยแก้อาการจุกเสียดในท้องเด็ก ด้วยการใช้ใบสะระแหน่ตำให้ละเอียดผสมกับยาหอมแล้วนำมากวาดคอเด็ก
  23. ประโยชน์ของสะระแหน่ช่วยลดอาการหดเกร็งของลำไส้
  24. ช่วยรักษาอาการอุจจาระเป็นเลือด ด้วยการดื่มน้ำต้มใบสะระแหน่
  25. ช่วยผ่อนคลายความกดดันของกล้ามเนื้อซึ่งมาจากความเหนื่อยล้า
  26. กลิ่นของใบสะระแหน่ช่วยในการไล่ยุงและแมลงต่างๆ ด้วยการนำใบมาบดแล้วนำมาทาที่ผิว
  27. ช่วยรักษาโรคเกี่ยวกับต่อมไทรอยด์
  28. ช่วยแก้พิษจากแมลงสัตว์กัดต่อย ด้วยการนำใบสะระแหน่มาตำให้ละเอียดแล้วนำมาพอกบริเวณที่โดนกัด
  29. ช่วยระงับอาการปวดได้ดีกว่ายาแก้ปวด
  30. ช่วยแก้อาการปวดบวม ผดผื่นคัน ด้วยการนำใบมาตำให้ละเอียดแล้วนำมาพอกบริเวณดังกล่าว
  31. นำไปทำเป็นยาปฏิชีวนะได้
  32. ช่วยยับยั้งเชื้อโรคต่างๆ ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย
  33. นำไปใช้ทำเป็นน้ำมันหอมระเหยเพื่อใช้ทำการบำบัดโดยใช้กลิ่น (อโรมาเธอราพี)
  34. มักใช้เป็นส่วนผสมในการทำไอศกรีม ชาสมุนไพร
  35. ใช้เป็นส่วนผสมในอาหารกับสมุนไพรชนิดอื่นๆ
  36. นิยมนำมาใช้ในการปรุงอาหารหรือรับประทานสดๆ ควบคู่ไปกับลาบ น้ำตก เป็นต้น
  37. ช่วยเพิ่มกลิ่นหอมให้อาหาร ชวนให้น่ารับประทานยิ่งขึ้น
  38. ใบสะระแหน่ช่วยลดกลิ่นคาวของอาหารอย่างลาบ ยำ และพร่าได้
  39. ใช้ในการแต่งกลิ่นเครื่องดื่มต่างๆและเหล่าได้
  40. ใช้เป็นเครื่องเคียงในอาหารจำพวกผลไม้สด ขนมหวาน
  41. สะระแหน่ สามารถนำมาสกัดเอาสารเพื่อใช้ในการทำเป็นลูกอม หมากฝรั่งรสมิ้นท์ ชาสะระแหน่

แหล่งอ้างอิง : วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี , สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)


หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับทุกๆท่าน ขอบคุณครับ

น้ำผักรักษาสิว, น้ำปักปั่น, รักษาสิวด้วยตนเอง, นุชารักษาสิว, สิวเรื้อรัง, หน้าแหก, สิวหายขาด

Monday, February 10, 2014

Q&A : Retin-A รักษาสิวได้จริงหลอ [คำแนะนำสำหรับผู้สนใจ]

สวัสดีครับหลังจากได้เขียนบล็อกบันทึกประสบการณ์การรักษาสิวด้วยตนเองผ่นมา ประมาณ 3 เดือน แล้วสิวดีขึ้นจนหาย ซึ่ง 1 ใน ผลิตภัณฑ์ที่เคยถูกกล่าวถึงนั้นคือ เรตินเอ ซึ่งนุชาได้ทดลองใช้เพื่อรักษาสิวอุดตันของตนเอง ซึ่งได้ผลที่ดีมาก กว่าจะตัดสินใจใช้คิดอยู่นาน เพราะเคยอ่านตามบทความการรักษาสิวแนวธรรมชาติบำบัดแนวนี้ เขาจะค่อนข้างแอนตี้การใช้เรตินเอในการรักษาสิว โดยให้เหตุผลว่าทำให้ผิวหน้าอ่อนแอ และเกิดสารพิษสะสมบนผิวหนัง แต่ทว่าทำไมเป็นยาที่ผลิตใช้ผลิตขายและเป็นที่ยอมรับกันทั่วโลกหรือ...

ด้วยเหตุผลอันเลื่อนลอยและยังไม่มีผลการวิจัยที่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ ดังนั้น นุชาจึงตัดสินใจทดลองใช้เรตินเอเพื่อรักษาสิวครับ  ในระยะนุชาเลือกใช้เรตินเอขนาดความใเข้มข้น 0.025% ซึ่งเป็นความเข้มข้นต่ำมาก โชคดีที่ตัวเองสิวประทุหนักจากการหยุดใช้ผลิตภัณฑ์ยี่ห้อหนึ่งมาก่อน จึงไม่มีอาการประทุจากการทำงานของเรตินเอแต่อย่างใดครับ

ใช้ต่อเนื่องมานานประมาณ 3 เดือน รู้สึกว่าผิวหน้าของตัวเองดูดีขึ้น สิวอุดตันลดจำนวนลงมากจนน่าพอใจ ซึ่งจนทำให้เกิดคำถามต่างๆ ในอินบล็อก เพจ ไลน์ จนทำให้ตอบไม่ไหวเลยขอหยิบยกมาคุยที่นี่กันเลยนะครับ

เรตินเอเหมาะกับใคร?
เรตินเอเป็นยารักษาสิวซึ่งเหมาะกับคนที่เป็นสิวอุดตันมากๆ ซึ่งไม่เหมาะกับการรักษาสิวอักเสบเพราะอาจเกิดการระคายเคืองได้ ตัวยาจะช่วยไปผลัดเซลล์ผิวและลดการทำงานของต่อมไขมัน ช่วงแรกๆของการใช้จึงทำให้หน้าแห้งลง และยังทำหน้าที่ทำให้ผิวหนังเกิดการหลวมตัวและเกิดการหลุดตัวของคอมมิโดนหรือสิวอุดตัน ส่วนตัวนุชาแล้วเมื่อใช้ต่อเนื่ิองประมาณ 3 เดือนขึ้นไป จะสังเหตุได้ว่าสิวอุดตันลดตัวลงไป 70%


เรตินเอทำให้หน้าบางรึเปล่า?
หากจะบอกว่าหน้าบาง อาจจะไม่ถูกต้องเสมอไป เพราะอาหารหน้าบางอาจจะเกิดจากการใช้ยาในขนาดความเข้มข้นหรือทาในปริมาณที่ไม่เหมาะกับผิวจนเกิดการผลัดเซลล์ผิวและเกิดการระคายเคืองมากเกินปกติ และไม่มีการป้องกันโดยการใช้ครีมกันแดดจึงทำให้ผิวหน้าบอบบาง หากแต่หากหน้าบางโดยใช้อะไรถูกต้องคงเป็นไปไม่ได้ซะทีเดียวครับ


ข้อดีของเรตินเอมีอะไรบ้าง
จากประสบการณ์การที่ใช้เรตินเอมาประมาณ 3 เดือน พบว่าทำให้สิวอุดตันหายไปเกินกว่า 70% และทำให้รอยเดำจากการจากสิวหายไปในเวลาอันรวดเร็ว (ไม่มีผลต่อรอยแดง) จากที่ได้ศึกษาจากบทความทั้งในและต่างประเทศพบว่า เรตินเอถูกนำไปใช้ในการรักษาสิว ฝ้า และที่น่าสนใจคือใช้เพื่อลดเลือกริ้วรอยบนใบหน้าครับซึ่งได้ผลจริงๆ

ข้อเสียของเรตินเอมีอะไรบ้าง
จากที่ใช้เรตินเอมา ยังไม่พบข้อเสยนะครับ แต่อาจจะมีผลข้างเคียงเช่น เกิดผิวลอกในช่วงแรกๆ แต่ใช้ไปซักพักเมื่อผิวชินกับตัวยาแล้วก็ไม่เกิดผลอะไร แต่จากที่ได้ศึกษามาพบว่ายาจะทำให้เกิดสิวขับออกมารุนแรงน่ากลัวมาก ซึ่งอาจจะเป้นในกรณีรายบุคคลไปนะครับ หากต้องการทดลองใช้แนะนำให้แต้มเฉพาะจุดดูก่อนก็ได้ เพราะที่แน่นอนอยู่แล้วคือมันจะผลักสิวที่ฝังใต้ผิวของเราออกมาครับ


ใช้เรตินเอติดต่อกันได้นานเท่าไหร่
นุชาพยายามศึกษาจากบทความต่างๆ แม้กระทั้งใน Pantip โดยการทดลองสองถามว่าสามารถใช้ติดต่อกันได้หรือไม่ พบว่าส่วนมากผู้ที่ใช้เรตินเอจนสิวหายแล้วจะใช้ติดต่อกันนานๆ แต่อาจจะเว้นระยะในการทาอาจจะทา 2 วัน เว้น 2 วัน อะไรมาณนี้ครับ บางคนใช้ทามาประมาณ 10 กว่าปี ซึ่งไม่มีผลเสียต่อผิวแต่อย่างใดครับ


แนะนำสำหรับผ้อยากใช้เรตินเอรักษาสิว (ควรอ่าน)
เรตินเอเหมาะสำหรับผู้เป็นสิวอุดตัน จะไม่เหมาะกับสิวอักเสบครับ แต่ต้องทำใจได้หากสิวเกิดการประทุอย่างหนักในช่วงแรกๆ ของการใช้เรตินเอ ซึ่งห้ามใจอ่อน จะทำให้หน้าของคุณไม่หายจากสิว หากยอมรับที่สิวจะประทุตัวออกมาไม่ได้ไม่ควรใช้ครับ แต่หากตัดสินใจแล้วคุณจะไม่ผิดหวังจริงๆ


วิธีการใช้เรตินเอเพื่อรรักษาสิวอุดตัน
นุชาใช้เรตินเอรักษาสิวร่วมกับ เบนเซ็คความเข้มข้น 2.5% ครีมกันแดด และเจลว่านหางจระเข้ครับ
ขั้นตอนการใช้มีดังนี้

เช้า 
1.ทาเบนเซ็คทั่วหน้ายกกว้นบริเวณ ริมฝีปาก และรอบดวงตา 15 นาที ล้างออกด้วยสบู่
2.ทาเจลว่างหางจระเข้้เพื่อบำรุงผิว
3.ทากันแดด กรณีออกไปนอกบ้าน

เย็น/ก่อนนอน
1.ทาเบนเซ็คทั่วหน้ายกกว้นบริเวณ ริมฝีปาก และรอบดวงตา 15 นาที ล้างออกด้วยสบู่
2.ก่อนทาเรตทาเรตินเอต้องมั่นใจแล้วว่าผิวหน้าต้องแห้ง อาจจะต้องปล่อยหใ้หน้าแห้งจริงๆ อย่างน้อย 30 นาที เพราะเรตินเอจะห้ามทาขณผิวเปียกน้ำหรือหมาดๆ เพราะโอกาสที่เกิดการระคายเคืองจะสูงมาก
โดยการทาจะใช้ปริมาณเท่าเม็ดถั่วเท่านั้น โดยแต้ม 5 จุดทั่วใบหน้าแล้วเกลี่ยจนทั่วใบกน้าเป็นอันเสร็จแล้วก็นอน โดยไม่ต้องทาอะไรทับอีกครับ


หวังบทความนี้จะมีประโยชน์สำหรับผู้ที่ลังเลหรือตัดสินใจในการใช้เรตินเอเพื่อการรักษาสิวครับ
หากมีคำถามหรือข้อสงสัยสามารถคอมเม้นใต้บทความนี้ได้เลยครับ

แล้วพบกันบทความหน้าครับ
XO

Monday, February 3, 2014

I Have A Dream ฉันมีฝัน : เปลี่ยนหน้าสิวเป็นผิวใสด้วยตนเอง 3-2-2557 [ตั้งใจจะไปทำเลเซอร์รักษารอยสิว]

เปิดดูรูปเก่าๆ เมื่อปีที่แล้ว เนื่องจากการใข้ผลิตภัณฑ์ยี่ห้อนึง ตอนนั้นชอบมากใช้ดีสิวยุบไว ผิวหน้าแลดูกระจ่างใสมากๆ จากวันนั้นถึงวันนี้ ทำให้คิดถึงใบหน้าเก่าๆ และเรียนรู้อะไรหลายๆ อย่างเกี่ยวกับการดูแลผิวหน้า วงจรการตลาดของคนขายครีมรักษาสิว ครีมหน้าใสในปัจจุบัน ไม่เป็นไรพังไปแล้วพังไป จะกู้หน้าใหม่ให้ดู อิอิ
 
(รูปเก่าปี ต้น พ.ศ 2556 หน้าใสด้วยสารเคมี)

วันนี้วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2557 นุชามีความตั้งใจมากที่จะไปรักษารอยแดงจากสิวที่คลินิกแห่งหนึ่ง ย่านรังสิต ซึ่งอุสาห์ศึกษามาเป็นเดือน ส่วนตัวนั้นหลุมสิวไม่ค่อยจะซีเรียสเท่าไหร่ เพราะตอนนี้ยังไงงบประมาณของตัวเองก็มีไม่ถึงที่จะจ่ายอยู่แล้วฮ่าๆ เลยตั้งใจว่า เอาว่ะ หลุมก็ได้ รอยแดงกะรอยดำไม่มีก็พอ ตั้งใจตื่นเช้ามาทำความสะอาดบ้านไปส่งของ แล้วนั่งรถเมย์สาย 39 สีส้ม ป้ายตลาดยิ่งเจริญ สะพานใหม่  

เมื่อข้ามสะพานลอยเดินไปถึงที่คลินิก ไม่มีพนักงานเปิดประตู ภาพที่เห็นมีพนักงาน ผู้้หญิงคนนึงกำลังเม้ามอยกับเพื่อนสาวทางโทรศัพท์ สีหน้าของพี่พนักงานค่อนข้างตกใจนุชาเมื่อผลักประตู นุชาก็สอบถามไปว่าตอนนี้มีโปรโมชั่นพิเศษอะไรบ้าง ราคาที่แจ้งผ่านเว็บยังมีอยู่ไหม ซึ่งคำตอบที่ได้สรุปคือ สาขานี้ยังไม่มีเครื่องเลเซอร์ชนิดนีี้ และตอนที่ไปคุณหมอไม่อยู่ ดีนะๆ  ที่คลินิกอยู่ที่รังสิต ถ้าอยู่แถวรามน่าจะหัวเสียกว่านี้ พี่พนักงานไม่มีการเชียร์คลอสใดๆ พี่เขาบอกว่าเดี๋ยวต้องรอให้คุณหมอมาวิเคราห์ผิวจะดีกว่าเพราะน่าจะตรงจุดมากกว่า นุชาคิดในใจว่านี่แหละสิ่งที่เราต้องการ คือความจริง สุดท้ายเขาจะให้กรอกประวัติเอาไว้แต่นุชาปฏิเสธว่าขอเอไว้ครั้งหน้าเมื่อพร้อมแล้วกัน

สรุป แผนการที่จะตั้งใจไปทำเลเซอร์ครั้งนี้ก้ไม่สำเร็จ  ไม่ได้ตังนุชาซะแล้ว 555555555
ดีละที่ยังไม่ได้ทำ คือถ้ารออีกหน่อยรอยคงจะหายไปเองนะครับ


อัพเดทสภาพผิวของตัวเองซะหน่อยว่าดีขึ้นบ้างรึยัง






 จากสภาพผิวโดยรวมแล้วเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงสองสามเดือนก่อนนี้ ตอนนี้นุชาพอใจในผิวของตัวเองมากขึ้น แต่ก็ส่องกระจกอยู่บ่อยๆ ย้ำคิดย้ำทำ เครียดซินโดรมรึเปล่าเนี๊ยช้านนน 555

รอยแดงดูลดลงอย่างเห็นได้ชัด เพราะนุชาเริ่มทดลองใช้วิตามีซีเอามาทาเพื่อบำรุงผิวหน้า เป็นเกรดคุณภาพดีหน่อย ขอทดลองซักระยะแล้วจะเอามาบอกต่อนะครับ ส่วนหลุมสิวไม่ต้องพูดถึงเยอะนะ ถ่ายออกมาไม่ชัด อย่าให้ได้มีกล้องชัดๆนะ แล้วจะสยอง แต่ไม่เป็นไรทำใจได้นะครับ หลุมไม่เท่าไหร่ เอารอยไว้ก่อนตามงบ


ผลิตภัณฑ์ที่ใช้อยู่ปัจจุบันนี้
  1. สบู่ล้างหน้าของตัวเอง นุชาทำเองใช้เองครับ เป็นสบู่ก้อนกรีเซอรีนสูตรก็ผสมตามสภาพผิว หน้าร้อนก็ผสมขมิ้นถั่วเขียวน้ำผึ้ง หน้าหนาวช่วงผิวแตกก็น้ำผึ่งป่า มีอีกเยอะแยะมากมาย ถ้าสนใจก็ติดต่อมาได้ตอนนี้ก็ขายเฉพาะคนรู้จัไม่ได้เป็นธุรกิจอะไรครับ เท่าทุนก้อนละ 99 บาท 120 กรัม
  2. เรตินเอ 0.025% เนื่องจากตอนนั้นไปใช้ความเข้มข้น 0.05% ซึ่งทำให้หน้านุชาลอกกระจายและเกิดอาการไวต่อสงแดดมาก หมดหลอดไปจึงไม่ได้ไปซื้อมาใช้ต่อ ค้นพบแล้วว่าความเข้มข้นนี่น่าจะเหมาะกับผิวตัวเองจริงๆ ครับ
  3. เบนเซ็ค 2.5%
  4. กันแดด spectraban SPF 30
  5. คลินซิ่งโทนเนอร์ Bioderma ขวดสีชมพู
  6. ฟักข้าวสกัด ทานด้วยขายด้วยครับ ตัวนี้ทานดีมากช่วยเรื่องรอยแดงและลดการอักเสบของผิว มีเพื่อนๆ หลายคนซื้อไปติดใจเหมายกโหลมาแล้วครับ ไม่ทำร้ายตับ ไม่ตกค้าง ทานได้แม้เด็กและสตรีมีครรภ์ครับ
  7. วิตามินซีทรีตเม้น
  8. เจลว่านหางจระเข้
  9. กำลังทำลองเซรั่มสำหรับผิวที่ผ่านการใช้สารสเตียรอยซึ่งนุชาสั่งผลิตเอง ถ้าเวิร์คน่าจะทำออกมาจำหน่ายให้คนที่ติดสารเคมีได้ใช้กันในราคาย่อมเยาว์ครับ
 XO,XO

Sunday, February 2, 2014

[เล่าประสบการณ์] ไรฝุ่น วายร้ายทำลายผิวก่อเกิดสิว

สวัสดีครับเป็นอีกครั้งหนึ่งที่นุชาจะมาเล่าประสบการณ์ในการรักษาสิวและสุขภาพ แบบฉบับของตนเอง ซึ่งครั้งนี้ นุชาจะขอยกตัวอย่างปัญหาเกี่ยวกับผิวหน้าที่หลายๆ คนจะม้องข้ามไป เอาแต่สนใจแต่กับครีมบำรุงผิว สุขภาพภายใน การล้างหน้า ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวของตนเอง แต่ลืมนึกถึงความสะอาดของที่นอน ซึ่งบางท่าน เดือนที ปีหน จะได้ซักทำความสะอาดที่นอนตัวเอง

ทำไมวันนี้ถึงเข้าประเด็นของการทำความสะอาดที่นอน เพราะนุชาจะเจาะประเด็นในเรื่องของ "ไรฝุ่น" ซึ่งหลายคนที่เป็นโรคภูมิแพ้เป้นทุนเดิมก็จะร้อง อ๋ออ... เจ้าตัวนี้แหละที่สามารถจะทำร้ายผิวของเรา

มารู้จักไรฝุ่นกันก่อนนะครับ



ไรฝุ่นทั่วไปจะมีขนาดเล็กมาก เพียง 0.3 มิลลิเมตร ซึ่งเล็กมากจนมองด้วยตาเปล่าแทบไม่เห็น หรืออาจเห็นเป็นเพียงจุดสีขาวๆ ไรฝุ่นมีหลายพันธุ์ เกือบ 20 ชนิด แต่สายพันธุ์ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นตัวการที่ทำให้เกิดโรคภูมิแพ้มี 2 ชนิด ซึ่งทั้ง 2 ชนิดนี้ เป็นชนิดที่พบได้ทั้งในต่างประเทศและในประเทศไทย ไรฝุ่นในประเทศไทยแทบทั้ง 100% พบได้ที่เตียงนอน หมอน ผ้าห่ม และเฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากเส้นใยอย่างโซฟาและพรมปูพื้น ดังนั้นจึงยากที่เราจะหลีกเลี่ยงไรฝุ่นในชีวิตประจำวันได้ ไรฝุ่น เป็นสัตว์ “ขาข้อ” มีทั้งหมด 8 ขา จัดอยู่ในกลุ่มเดียวกับแมงมุม ตัวหิด เห็บ ไม่ใช่แมลง

ขอเล่า..... ในอดีตที่ผ่านมาซึ่งนุชาก็เป็นหนึ่งในบุคคลที่ขี้เกียจซักผ้าปูที่นอนและขี้เกียจทำความสะอาดบ้านมาก ฮ่าๆ ถ้าไม่รกจริงๆ ก็จะไม่กวาดเลยก็ว่าได้ (ซกมกไหม) ประจวบเหมาะกับคนที่มีพื้นแพผิวเดิมที่มันมาก จึงทำให้เกิดสิวอุดตันได้ง่าย แต่เนื่องด้วยไม่ค่อยทำความสะอาดที่นอนของตัวเองเลยนั้น จึงทำให้เกิดอาการสิวอักเสบอเห่อมาก ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่ค่อยเป็น หนักๆ ก็อุดตันเท่านั้น

พยายามอยู่นานเพื่อค้นหาสาเหตุดังกล่าว จนค้นพบว่านะจะเกิดจากไรฝุ่นบนที่นอนนั่นเองครับ เมื่อทราบสาเหตุแล้วนุชาด็เริ่มซักผ้าปูที่นอน เอาที่นอนตัวเองมาตากเอาไม้ทุบเอาฝุ่นออก (ฟังดูโบราณไหมครับ) ก็เป็นวิธีของแม่นุชาที่คนเหนือเขาทำกัน อิอิ ทำติดต่อกันประมาณ 1 เดือน ปรากฏว่าสิวอักเสบและผดแดงปื้นๆ หายไปอย่างน่าตกใจครับ จึงค้นพบเลยว่า ไรฝุ่นบนที่นอนของเราอันตราย และทำให้ผิวหน้าเราไม่สวยอีกด้วย  

รู้กันอย่างนี้แล้วอย่างลืมซักที่นอน ตุ๊กตา ปัดกว่าเช็ดถูบ้านให้สะอาดอยู่เสมอนะครับ


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับไรฝุ่น

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับไรฝุ่น มีบางส่วนที่ถามคล้ายๆกัน จึงได้รวบรวมตอบคำถามไว้เพื่อให้มีความเข้าใจไรฝุ่นได้กระจ่างขึ้น และสามารถนำข้อมูลไปตอบผู้สนใจได้อย่างถูกต้องและยังนำไปปฏิบัติในชีวิตประจำวันได้อีกด้วย

1. ไรฝุ่น กับ ไรอื่นๆ เหมือนกันไหม?
ตัวไร (mite) มีหลายชนิด ทั้งไรคน เช่น ไรขุมขน ไรสัตว์ เช่น ไรนก ไรหนู สำหรับไรที่อยู่ตามฝุ่นบ้านเรือน จึงมักเรียกว่า ไรฝุ่นบ้าน (house dust mite) มูลของไรจำพวกนี้เป็นโปรตีนที่มีคุณสมบัติเป็นสารก่อภูมิแพ้หรือเรียกว่า allergen สามารถก่อโรคภูมิแพ้แก่คนได้

2. ไรฝุ่นกัดหรือดูดเลือดไหม? เพราะตอนนอนรู้สึกคัน
ไรฝุ่น ไม่กัด ไม่ต่อย เพราะปากไม่เป็นลักษณะแทงดูด (Piercing & sucking mouthpart) สำหรับบางคนอาจมีอาการคัน เพราะระคายเคืองสารก่อภูมิแพ้จากไรฝุ่นก็ได้

3. ลูกเหม็น ยาฉีดสเปรย์กันยุง ใช้ฆ่าไรฝุ่นได้ไหม?
โดยทั่วไปสารพวกนี้มีฤทธิ์ฆ่าแมลง ซึ่งก็ฆ่าไรฝุ่นได้ แต่ปัญหาก็คือ ไรฝุ่นมีแหล่งที่อยู่ตามเครื่องนอน ถ้าขืนนำมาฉีด บนที่นอน จะเป็นการใช้ผิดประเภท สงสัยคนจะตายพร้อมไรหรือไรตายก่อนแล้วคนตายตาม

4. นำฟูก หมอน ออกตากแดด ฆ่าไรฝุ่นได้ไหม?
ความร้อนที่ 55-60 องศาเซลเซียส นาน 20 นาทีสามารถฆ่าไรฝุ่นได้แต่ไม่ทำลายสารก่อภูมิแพ้ อากาศกลางแดดเปรี้ยงๆหน้าร้อนจะประมาณ 40-41 องศาเซลเซียส และความร้อนสูงสุดของวันจะเป็น ช่วงบ่าย 2 โมง อุณหภูมิภายในฟูกไม่สูงพอที่จะฆ่าไรได้ มันชาญฉลาดกว่าที่คิด เพราะเมื่อพลิกที่นอนกลับอีกด้าน มันจะหนีลงไปอยู่ในที่ร้อนน้อยกว่า อย่างไรก็ตามพบว่าการตากแดดช่วยทำให้ความอับชื้นในที่นอนลดลง และถ้าตากแดดนานติดต่อกัน 5 ชั่วโมงจะทำให้สภาวะไม่เหมาะแก่การฟักตัวของไข่ไรฝุ่น

5. ที่นอนใหม่ ไม่มีไรฝุ่นใช่ไหม?
บอกไม่ได้ว่า"ไม่มีไรฝุ่น" อาจมีหรือไม่มีไรฝุ่นก็ได้ แต่ที่แน่ๆ เมื่อใช้งานไปจะตรวจพบไรฝุ่นแน่นอน มีงานวิจัยรายงานไว้ว่าที่นอนใหม่ที่ใช้ไปได้นาน 4-6 เดือน สามารถตรวจพบ mite allergen ได้เกินระดับมาตรฐานสากล

6. เครื่องดูดฝุ่นแรงดีๆ ดูดไรฝุ่นได้หมดเลยไหม?
ไรฝุ่นมีขาอันแข็งแรงในการรวบจับเส้นใย และไม่ได้มี 2 ขานะ แต่มี 8 ขา ฉะนั้น สามารถยึดตัวไว้กับเส้นใย ต้านแรงดูดจากเครื่องดูดฝุ่น ตัวไรจึงหลุดออกมาได้ยากมาก อย่างไรก็ตามสามารถดูดซาก และมูลไรได้ ความสำคัญอยู่ที่ถุงเก็บฝุ่น ควรเป็นถุงที่หนา หรือ double bag หรือ ใช้เครื่องที่มีแผ่นกรองที่เรียก HEPA filter จะกั้นไม่ให้ฝุ่นละเอียดเล็ดลอดออกมาอีก ช่วยลดความฟุ้งกระจาย ไม่ควรให้ผู้ป่วยดูดฝุ่นเอง หรืออาจใช้วิธีอื่นแทน เช่น ใช้ผ้าชุบน้ำหมาดทำวามสะอาด

7. จะทราบได้อย่างไรว่าเราสูดดมสารก่อภูมิแพ้เข้าไปเท่าไร?
เป็นการยากที่จะตรวจวัดว่า เราสูดดมสารก่อภูมิแพ้ไรฝุ่นเข้าไปวีนละเท่าไร ปัจจุบันเราตรวจโดยอ้อมคือ ดูดฝุ่นแวดล้อมที่เราอยู่อาศัยแล้วนำมาตรวจหาปริมาณ mite allergen concentration โดยวิธีทางอิมมูโนวิทยา

8. อยากปูพรม แต่เป็นแพ้ไร ทำอย่างไรดี?
พรมเป็นแหล่งสะสมไร ใครที่คิดจะปูพรม จงคิดให้รอบคอบถึงการทำความสะอาดด้วย โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการภูมิแพ้ "ต้อง" หลีกเลี่ยงการใช้พรม ในต่างประเทศอากาศหนาว ต้องใช้พรม และก็เป็นปัญหาที่ยังแก้ไมได้จนทุกวันนี้ ที่ใช้กันทุกวันนี้คือ โรยด้วยยาฆ่าไร (acaricide) ทิ้งไว้ข้ามคืนแล้วดูดออกด้วยเครื่องดูดฝุ่น หรือ ใช้เครื่องซักพรมระบบที่มีไอน้ำความร้อนสูง ซึ่งมักต้องให้ professional company มาจัดการ



9. ที่ไหนๆก็มีไรฝุ่นใช่ไหม? จะกำจัดให้หมดไปได้หรือเปล่า?
ไรฝุ่นเป็นสัตว์คู่โลก บ้านสะอาดแค่ไหนก็มีไรฝุ่น ดังนั้นไม่ต้องตกใจเกินเหตุ เราสามารถอาศัยในบ้านเดียวกันได้ เพียงแต่ผู้ที่เป็นภูมิแพ้ ก็ใส่ใจเป็นพิเศษหน่อย เพิ่มความขยันทำความสะอาดมากกว่าผู้ไม่แพ้สักหน่อย ก็จะสามารถมีชีวิตอันปกติได้ ควรใส่ใจห้องนอนมากเป็นพิเศษ และหาทางหลีกเลี่ยงสารแพ้ โดยวิธีง่ายๆ งบประมาณตามเศรษฐานะของตน ไม่จำเป็นต้องดิ้นรนซื้อของแพงแต่ประโยชน์น้อยมาใช้

10. ขอทราบวิธีง่ายๆที่ป้องกันไรฝุ่นได้?
เอาอย่างง่ายๆ
- ขยันเช็ดฝุ่นด้วยผ้าชุบน้ำหมาดๆ
- ย้ายของรกออกจากห้องนอน อย่าให้มีมุมเก็บฝุ่น
- หาผ้าพลาสติก มาสวมคลุมที่นอนและหมอน
- อะไรที่ซักได้ ตากแดดได้ ให้ทำทุก 2 สัปดาห์
วิธีอื่นๆยังมีอีก ทำไปแล้วไม่เดือดร้อน เพิ่มได้ก็ไม่ว่ากัน

11. ตุ๊กตา ก็มีไรฝุ่นเหรอ แล้วจะทำอย่างไรดี?
วัสดุที่บรรจุด้วยเส้นใย จะเป็นถิ่นที่ไรฝุ่นชอบอยู่ ตุ๊กตาควรใช้ที่ซักได้ และหมั่นนำออกตากแดด เคยมีผู้แนะนำให้จับใส่ในช่อง freeze ในตู้เย็น จากการศึกษาวิจัยพบว่า ไข่ไรฝุ่นสามารถฟักตัวต่อได้แม้จะแช่ไว้ ณ อุณหภูมิตู้เย็นบ้าน (8-10 องศาเซลเซียส) นาน 1 เดือน

12. การซักผ้า ทำให้ไรฝุ่นตายไหม?
ไม่ตาย แต่ชะล้างให้หลุดไปได้ การซักเป็นสิ่งที่ควรทำอย่างยิ่งเพราะ มูลไรฝุ่นเป็นสารที่ละลายน้ำได้ จึงขจัดมูลไรได้ดีถึง 98% หรือเกือบหมด ถ้าใช้น้ำผสมผงซักฟอกหรือน้ำสบู่หรือใช้น้ำร้อนด้วยยิ่งทำให้การชะล้างดีขึ้น

13. จำเป็นต้องใช้ผ้ากันไรฝุ่นไหม?
มีงานวิจัยจำนวนมากทั้งในไทยและต่างประเทศยืนยันว่าการใช้ผ้ากันไรฝุ่น ทำให้ลดการฟุ้งการฟุ้งกระจายของสารก่อภูมิแพ้(มูลไร)ได้ และการลดการสัมผัสสูดดมสารก่อภูมิแพ้ไรฝุ่นลงได้จะทำให้อาการของโรคทุเลาลง อย่างไรก็ตามผ้ากันไรฝุ่นไม่ใช่ผ้าวิเศษ ไม่ได้ใช้ในการรักษาโรค อย่าฝากความหวังไว้กับผ้ากันไรฝุ่น ที่นิยมใช้กันมากเพราะเป็นวิธีที่สะดวกในชีวิตประจำวัน

14. ผ้ากันไรฝุ่นที่ดีควรเป็นอย่างไร?
ผ้ากันไรฝุ่นที่ดีควรที่จะ:
- สามารถกั้นตัวไรและมูลได้
- ซักล้างได้
- สบายตัวเมื่อใช้งาน
- ราคาไม่แพง


ไรฝุ่นสิว, รักษาสิวหายขาด, สิวหนักมาก, สิวเรื้อรัง, ไรฝุ่นกับสิว
ข้อมูลอ้างอิง
- http://misscleaner.circlecamp.com/index.php?page=articles
- 14 คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับไรฝุ่น [ผู้แต่ง : รศ.วรรณะ มหากิตติคุณ]