Monday, September 29, 2014

ประสบการณ์รักษาสิวที่หลัง [ตอนที่ 1]

สวัสดีครับ วันนี้นุชาก็อยากจะมาแบ่งปันประสบการณ์การรักษาสิวด้วยตนเอง แต่เป็นภาค การรักษาสิวที่ แผ่นหลังของนุชาเอง คงจะเป็นประโยชน์ต่อหลายๆ คน ไม่มากก็น้อยครับ

คงเป็นอีกประสบการณ์ที่นุชาคิดว่าไม่ดีเอาซะเลยที่ต้องเป็นสิวที่หลัง เพราะหลังจากสิวที่หน้าของนุชา สงบลงไปแล้ว แต่เจ้าสิวที่หลังกลับมาระเบิดออกมาเป็นดอกเห็ด เหมือนคนเป็นโรคไม่ผิด 555+

แต่ทุกอย่าง ย่อมมีทางออกเสมอครับ เราต้องสู้.. สู้จนกว่าสิวมันจะหาย และมันก็หายครับ.....


ลักษณะของสิวที่เกิด :
ลักษณะสิวที่แผ่นหลังของนุชานั้น จะมีอาการคือ เป็นเม็ดอุดตัน เวลาเราเกาหลังมันก็หลุดออกมาเป็นก้อนไขมันนะครับ และบางจุดก็เกิดการอักเสบ เป็นสิวอักเสบสีแดง และมีอาการคันๆ ร่วมด้วยครับ

ในระหว่างวัน นุชาจะชอบเกาแผ่นหลัง และอามือสะกิดๆ จนมันหลุดออกมาก บางจุดอักเสบเอามือไปบีบไปแกะมัน ทิ้งรอยดำไว้ที่หลัง หลังลายเหมือนเสือดาวเลยครับ


ระยะเวลาที่เป็น :
เริ่มเป็นมาตั้งแต่ เดือน มกราคา 2557 ครับ


วิธีการรักษาที่ผ่านมา :
1. ใช้สบู่สมุนไพร XXX ที่เขาว่ากันว่า... ใช้แล้วจะหาย แต่... ไม่หายครับ
2. ใช้มะขามขัดผิวที่หลังเป็นประจำ ใช้แล้ว.. ไม่หายครับ
3. ใช้ยาทาสิวทา ใช้แล้ว... ไม่หายครับ


เดี๋ยวมาพบกับตอนที่ 2 นะครับ

Friday, September 19, 2014

ทานสมุนไพรรักษากรดไหลย้อน วันที่ 2

วันที่ 2 แล้ว ที่ได้ทานสมุนไพรรักษากรดไหลย้อน เป็ยสมุนไพรสูตรหมอชาวบ้าน ที่จังหวัดเชียงราย
สำหรับตัวยา




นุชายังไม่ได้แยกมาดูว่ามีอะไรบ้าง และมองไม่ออกด้วยว่าเป็นเป็นสมุนไพรอะไร แต่ที่เห้น 1 อย่างที่รู้เลยก็คือ มีใบย่านางอยู่ในนั้น แต่ในปรฺิมาณที่น้อยมาก ซึ่งอาจจะเป็นสูตรว่าต้องใส่เท่านี้นะครับ

ความรู้สึกหลังจากทานไป 1 วัน อาการที่มีเสมกะอยู่ในคอยังมีอยู่ มีอาการไอตอนกลางคืนอยู่ แต่ลดน้อยลง อยู่ในห้องแอไอน้อยลง หายใจสะดวกขึ้น ไม่เรอเปรี้ยวแล้ว อาจจะเกิดการที่นุชาได้ปรับพฤติกรรมการทานอาหาร การนอน อารมณ์ การออกกำลังกายด้วย จึงทำให้อาการดีขึ้นๆ

แล้วนะนุชาจะมาอัพเดทวันต่อไปให้ทราบดันอีกครั้งนะครับ


กรดไหลย้อน, สมุนไพรรักษากรดไหลย้อน,

[ถามตอบปัญหาสิว] การใช้ ดริฟฟารีน Differin กับการรักษสิวอุดตัน

วันนี้มีคำถามที่น่าสนใจ และ คาดว่าเป็นคำถามหลายคนสงสัย และสอบถามนุชามา มากครับ
เกี่ยวกับการใช้เจ้าตัว differin ในการรักษาสิวอุดตัน ใต้ผิวหนัง 
(ข้อบ่งใช้ในการรักษาสิวอุดตัน ไม่ใช่สิวอักเสบ )



ซึ่งหลายคนอาจจะสงสัยว่าใช้ไปนาน สองสามวัน ?  แล้วทำไมอาการสิวไม่ดีขึ้น?




นุชา อยากจะอธิบายและยกตัวอย่างให้ผู้ที่สนใจในการรักษาสิว ด้วยตนเองให้เข้าใจว่า 

การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ differin เป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการรักษาสิวอุดตัน
ในกรณีใช้ Retin A ไม่ได้ อาจจะเกิดจากการแพ้ หรือ เกิดผลข้างเคียงที่เกินจะรับได้


แต่ทราบไหมว่าตัว differin ก็คืออีก generation ของ เรตินเอ ที่ถูกดัดแปลง และปรับปรุงตัวยาแต่มันก็เป็นตัวยาในกลุ่ม Retinoid เหมือนกัน เพียงแต่ไม่ไวต่อแสงเหมือนกับเรตินเอ และอาการข้างเคียง เช่นผิวลอก แห้ง จะน้อยลงกว่าเรตินเอ 


คุณสมบัตของตัวยาจะทำให้ผิวเกิดการหลวมตัว และช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าออกอย่างรวดเร็ว เมื่อเซลล์ผิวหลวมตัว สิ่งอุดตันจึงออกมาได้ง่าย และไม่มีสิวอุดตันในที่สุดครับ


อย่างที่ทราบกันการใช้ยาในกลุ่ม Retinoid  ซึ่งเป็นยา ไม่ใช่เครื่องสำอางทาผิวเล่นๆ จึงต้องใช้อย่างระมัดระวังมากๆ ซึ่งหลายคนเข้าใจว่าการทาครีมหลายๆ ตัวพร้อมกันจะทำให้สิวที่ฉันมีนั้นหายไปเร็ว 

แต่...เดี๋ยวก่อน เมื่อเราใช้ Retinoid อยู่ ในตอนที่ใช้ไม่ควรทายาอะไรร่วมเลย เพราะจะเกิดเอฟเฟคต่างๆ ตามมาได้ เช่น ผิวลอก แพ้ เห่อ แดงคัน หรือ แล้วแต่อาการของแต่ละบุคคล จากเห่อน้อย จนหน้าพังในที่สุดก็เคยมีมาแล้วครับ

การใช้ยาในกลุ่มของ Retinoid นั้น จะใช้เพียงแค่ ตอนกลางคืนเท่านั้น โดยใช้ทาทั่วบริเวณผิวหน้าที่มีสิวอุดตัน เท่าเม็ดถั่วเท่านั้น อาจจะใช้วิธีการทาครีมแบบการวอร์มครีมบนฝ่ามือ แล้วค่อยเอามือทาบลงไป อย่างที่นุชา เคยสอนการทาครีม การใช้ยารักษาสิวใน YOUTUBE ไปนานครับ หากทาผิดวิธีการรักษาก็ไม่ได้ผลดีเช่นกันครับ


ระยะเห็นผล แน่นอนครับ บางคนเป็นสิวมานานหลายปี บางคนเพิ่งเป็นแต่เป็นเยอะ
หากคาดหวังว่าสิวจะหายภายในเวลาเท่านั้น เท่านี้ 3 วัน 7 วัน ไม่ต้องใช้ยาตัวนี้เลยครับ เลิกคิดไปเลย
และเลิกคิดว่าสิวจะหายไปด้วย นอกจจะกลับไปใช้สารเคมีอันตรายแบบเดิมผิวของคุณจะหายในเวลาอันรวดเร็ว

ระยะเห็นผลของการใช้ยาในกลุ่ม Retinoid ซึ่งตอบตามตรง นุชาใช้ ดริฟฟารีนไม่ได้ครับ ใช้แล้วเกิดสิวขึ้น ทั้งๆ ที่อยู่ในกลุ่ม Retinoid  แต่อ่อนกว่าเรตินเอ แต่นุชากลับมาใช้เรตินเอ ได้ผลและสิวไม่ขึ้นซะอย่างนั้น ซึ่งระยะเวลาเห็นผล สำหรับนุชาแล้ว การใช้เรตินเอใช้เวลา 3-5 เดือนขึ้นไป สำหรับอาการนุชาเองครับ 

บางคนเป็นไม่เยอะ นุชาประมาณการไว้เลยว่าหากรักษาถูกวิธีใช้ยาถูกต้อง เหมาะควร สิวของคุณจะหายและดีขึ้นในระยะเวลา 3 เดือนเป็นต้นไปครับ แต่ทั้งนี้การรักษาไม่ควรพึ่ง การทายาเพียงอย่างเดียว จะต้องสนใจและใส่ใจกับการดูแลสุขภาพจากภายในด้วยครับสวิจึงจะหายได้ครับ

แต่ทั้งนี้ ไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถใช้ตัวยากลุ่ม Retinoid ได้ทุกคน มีทั้งคนแพ้ และใช้ได้ผล ต้องทดสอบอาการแพ้ก่อนใช้ครับ

กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จภายในวันเดียว การรักษาผิวหน้าให้ใสไร้สิวก็เช่นกัน

อย่าสร้างเหตุแล้วปฏิเสธผล และเมื่อเกิดผลแล้วก็อย่าปฏิเสธเหตุที่ทำ

ขอให้ทุกท่านประสบผลสำเร็จสำหรับการเลือกใช้ยาในกลุ่ม Retinoid เป็นอีกทางเลือกในการักษาสิวอุดตันครับ 


นุชา
19 กันยายน 2557

 Differin , ดริฟฟารีนสิวอุดตัน, การใช้ดริฟฟารีน, รักษาสิวด้วยตนเอง, 

Thursday, September 18, 2014

[ประสบการณ์] พูดคุยเรื่องสิว หยุดรบกวนผิวหน้าสิวดีขึ้นทันที

ได้มีโอกาสพูดคุยเกี่ยวกับปัญหาสิว ของพี่เกดอีกครั้ง หลังรักษาสิวกันมานานหลายปี
ตอนนี้พี่ีเกดอาการดีขึ้นแล้วครับ (สามารถดูจากรูปได้ครับ)


ประเด็นที่นุชา อย่างจะบอกเล่าในวันนี้ก็คือ นุชา และ พี่เกด ต่างรักษาสิว ในแนวทางที่คล้ายกัน แต่เราสองคนนั้นมีวิธีการแตกต่างกันออกไปเล็กน้อยครับ แต่ที่นุชาจะพูดในบทความนี้คือ เราทั้งสองคนระหว่างการรักษาสิว จะเลิกรบกวนผิวหน้า ทั้งหารขัดหน้า พอกหน้า หรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่ผลัดเซลล์ผิวแบบรุนแรงครับ


ซึ่งจากการปฏิบัติทำให้นุชาพบว่า ระหว่างการรักษาสิวที่ผ่านมา 2 ปีที่แล้ว เป็นการรักษาสิวที่ผิดวิธีอย่งามาก เพราะเราไปรบกวนผิวของเรามากเกินไป ผิวจึงเกิดการเสียสมดุล และอ่อนแอในที่สุด เมื่อเลิกการรักษาแนวทางนั้นไป สิวจึงไม่หายและกลับมาเป็นวงจรแบบเดิมครับ


ดังนั้น หากระหว่างการรักษาสิว นุชาจะรบกวนผิวน้อยที่สุด และไม่ล้างหน้าบ่อยๆ 
แต่ล้างเพียง 2 ครั้ง ต่อวันเท่านั้น เพื่อให้หน้ามีความชุ่มชื่นอยู่ และไม่เสียสมดุลครับ


อีกสิ่งหนึ่งหลายคนคิดว่าเป็นสิวต้องใช้ครีมบำรุงจะได้หน้าใสๆ แต่ไม่เคยทราบเลยว่า ผิวของเราจะต้องการหรือไม่ ผิวของเราอักเสบอยู่มันไม่ควรที่จะเอาอะไรไปทาเลยด้วยซ้ำครับ 


ยกตัวอย่างง่ายๆ ให้เห็นภาพ ถ้าเราเกิดมีแผลที่หน้าท้อง แล้วเราเอาโลชั่นทาผิวกายไปทาตรงแผล แผลก็เกิดการติดเชื้อ และเกิดการอักเสบ และเกิดเป็นวงจรซ้ำซ้อน การรักษาสิวก็เช่นกันครับ ใจจริงไม่อยากให้บำรุงไปใช้ผลิตภัณฑ์ประเภทไวท์เทนนิ่งอะไรมากครับ เพราะมันไม่ได้ทำให้ผิวหน้าที่เป็นสิวดีขึ้นได้เลยครับ

นอกจากนุชาทดลองจนได้ผลแบบชัดเจนแล้ว ต้องขอบคุณพี่เกดที่มาอัพเดทให้นุชาทราบว่า การหยุดรบกวนผิว ทำให้ผิวดีขึ้นกว่าการทาครีมหลายๆ ตัวได้เช่นกันครับ









ไว้พบกันบทความหน้านะครับ
นุชา
18/9/2557

สิว, รวบกวนผิวหน้าสิว, สิวอักเสบ, การรักษาสิว, รักษาสิวด้วยตนเอง

Wednesday, September 17, 2014

ทานสมุนไพรรักษากรดไหลย้อน วันที่ 1

วันนี้เพิ่งได้รับพัสดุจากเชียงราย หลังจากรอคอย การเดินทางมา 1 อาทิตย์ 
ในกล่องเปิดดูเป็นสมุนไพรที่นุชาสั่งพี่เขาจากเชียงราย ที่เขาแนะนำมา เพื่อรักษากรดไหลย้อน

1 ชุด มี 3 มัน นุชา ขอทดลองก่อน 2 ชุด รวมเป็น 6 มัด
สมุนไพรกลิ่นหอมๆ มีส่วนประกอบของสมุนไพรประมาณ 5 - 6 ตัว แต่นุชาดูแล้วแยกประเภทไม่ได้
เพราะมันอยู่ในรูปแบบของการอบแห้งมา
ไว้จะมาแยกแระเภทแล้วถ่ายรูปให้ดูกันอย่างละเอียดในบทความหน้านะครับ

 

วันนี้ทดลองต้ม 1 มัด โดยใช้น้ำ 2 ลิตร ต้มไฟปานกลาง ให้เหลือน้ำ 3/4 แล้วจึงนำมาดื่มได้
วิธีการทานก็สามารถทานแทนน้ำเปล่าได้เลยจนหมดชุด 


กลิ่นของสมุนไพรหอม และมีรสชาติออกหวานหน่อยๆ อร่อยดีนะ นุชาชอบความเป็นธรรมชาติมันรู้สึกดี ขนาดป่วยยังไม่ชอบทานยาเลย ชอบทานสมุนไพรแบบนี้


คงต้องดูผลกันต่อไป ว่าสมุนไพรสูตรรักษากรดไหลย้อน ปรับสมดุลให้กระเพาะทำงานได้เป็นปกติ
ผลจะเป็นอย่างไร จะมาอัพเดทให้ทราบกันอีกครั้ง
ระหว่างนี้ นุชาก็คงต้องปรับการทานอาหาร ให้ทานอาหารตรงเวลาทุกมื้อ 
ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และหวังว่าอาการกรดไหลย้อนนี้จะดีขึ้น และหายไป ขอภาวนา


นุชา
17/9/2557


กรดไหลย้อน, สมุนไพรรักษากรดไหลย้อน, กรดไหลย้อนรักษาได้,

Sunday, September 14, 2014

ทำไมสิวถึงขึ้นซ้ำที่เดิม ทำไมสิวหายแล้วยังขึ้นมาอีก

เมื่อวานมีน้องเข้ามาสอบถามทางแฟนเพจการรักษาสิว ซึ่งเป็นคำถามที่หลายคนสงสัยและ สอบถามมาทางอินบล็อกมากที่สุด ซึ่งจะถามประมาณว่า


"พีนุชาค่ะ ทำไมสิวมันชอบขึ้นที่เดิมซ้ำๆ หายไป 2-3 มันก็ขึ้นที่เดิมอีก ทำไงดีค่ะ ทาคลินดาเอ็มก็ไม่ค่อยจะได้ผล TT"



เพจนุชา https://www.facebook.com/Diaryhome


กรณีที่ 1 จากคำถามข้างต้นที่ ถามว่าทำไมสิวของตัวเองถึงไม่ยอมหายไปซักที หาย 2-3 วันมันก็ขึ้นมาอีก ในความจริงแล้ว นุชาสามารถอธิบายได้ว่า สิวที่กล่าวมานั้น อาจจะเป็นสิวอุดตันและ เกิดการอักเสบ อาจจะใช้วิธีการทายาแต้มสิว ประเภท คลินดาเอ็มก็แล้ว มันก็ยุบไป แต่ซักพักมันก็เกิดมาใหม่ 

ทำไมสิวมันถึงขึ้นมาใหม่นะจุดเดิม เพราะว่า ของเสียใต้ผิว หรือ คอมมิโดน ไขมันของเสียหรือสิวอุดตันมันยังไม่ถูกขับออก เมื่อทายารักษาสิวไปแล้วมันหายอักเสบก็จริง แต่ของเสียมันไม่ออกมา มันก็เลยเกิดการอักเสบซ้ำซ้อน และเกิดการอักเสบอีกครั้ง ดังนั้น ต้องรักษาสิวให้ถูกวิธี หากเป็นสิวอุดตัน หรือ สิวหนอง สังเกตุผิวของตัวเองแล้ว เห็นมีสิ่งอุดตันใต้ผิวก็สามารถใช้เข็มจิ้ม เอาหัวหนองและไขมันอุดตันออกมาได้ แล้วจึงค่อยแต้มด้วยคลินดาเอ็ม แต่ห้ามใช้มือบีบไปโดยตรง เพราะว่าจะทำให้เกิดแผลเป็นได้ครับ


กรณีที่ 2 เป็นสิวแต่ไม่ได้รักษาสิวให้ถูกวิธี 
เป็นความจริงที่หลายคนเป็นสิวแล้วชอบมาเล่าให้นุชาฟังว่า เนี๊ยใช้ครีมนั้นครีมนี้แล้ว ทำไมสิวไม่หายแล้ว แต่... ครีมที่ใช้อยู่ ไม่ได้รักษาสิวเลย แต่ไปดูโฆณษาบอกว่าใช้แล้วหน้าจะใส ทั้งๆ ที่สภาพผิวหน้าของตัวเราเองนั้นไม่เอื้ออำนวยที่จะทำให้ในสได้ เพราะยังมีสิวอยู่ 

ดังนั้นหากมีสิวอยู่ ตัดประเด็นในการที่จะทำให้ใบหน้าของเราขาวเนียนใสไปได้เลยครับ เพราะก่อนที่ใบหน้าของเราจะขาวใส ไร้สิวนั้น ต้องทำการรักษาสิวให้หายเสียก่อนครับ


กรณีที่ 3 สิวเกิดจากการดื้อยา
หลายคนใช้ผลิตภัณฑ์รักษาสิว ทั้งยากิน ยาทา มานานหลายเดือนหลายปี แต่ทานไปอาการเริ่มดีขึ้น แต่ซักพักสิวก็กลับมาเป็นอีก ซึ่งส่วนมากจะเรียกว่าสิวดื้อยา หรือ เคยชินกับตัวยา ยาที่รักษาอยู่ในแบบเดิมจริงไม่ได้ผล ยาที่ใช้ไปซักพักแล้วสิวจะไม่หายหรือมีโอกาสที่กลับมาเป็นอีกได้แก่ คลินดามัยซิน หรือ คลินดาเอ็ม การทานยาแก้อักเสบ เป็นต้นครับ  


กรณีที่ 4 เป็นสิวมานานอยากหายใน 3 วัน
เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลยครับ ถึงแม้ว่าอยู่ในมือของแพทย์ผิวหนังก็ตาม นุชายินยันได้เลยว่าไม่มีหมอคนไหนจะรับประกันได้เลยว่าผิวหน้าของตัวเราที่เป็นสิวนั้นจะหายในระยะเวลาเท่าไหร่ เพราะการักษาสิวที่ได้ผลดี จะเกิดขึ้นอยู่กับตัวผู้รักษาเท่านั้นครับ ดังนั้นหากเป็นสิวมาหลายปี หลายเดือน จะคาดหวังให้หายในระยะเวลารวดเร็วเป็นไปไม่ได้ แต่หากรักษาถูกวิธีใจเย็น นุชายืนยันว่ามันสามารถหายได้ และดีขึ้นได้จริงๆครับ นุชายืนยัน


แล้วพบกันบทความหน้านะครับ
นุชา


สิวขึ้นซ้ำที่เดิม, สิวไม่หาย, สิวเรื้อรังไม่หาย, การรักษาสิว, การดูแลสิว, 

เซบเดิร์ม (seb drem) หายได้หากรักษาให้ถูกวิธี



ภาพตัวอย่างอาการเซบเดิร์มขอบคุณภาพจาก : hardinmd.lib.uiowa.edu

ช่วงหลังมีหลายคนเข้ามาปรึกษาสอบถาม นุชาเรื่องการรักษาสิว และรวมไปถึงปัญหาทางผิวหนังอย่าง เซบเดิร์ม ด้วยครับ ซึ่งหลายคนที่เป็นสิว หรือมีปัญหาทางผิวหนัง อาจจะเคยได้ยินมาบ้างแล้วว่าอาการเป็นอย่างไร แต่สำหรับใครที่ยังไม่ทราบว่า อาการของโรคเซบเดิร์มเป็นอย่างไร นุชาได้รวบรวมข้อมูลมาเพื่อให้หลายคน ตรวจดูผิวหนังของตัวเองได้เลยครับ


เซบเดิร์ม (seb drem)  หากพูดกันให้เข้าใจง่ายๆ ให้เห็นภาพเลยก็คือ รังแคบนผิวหน้าครับ ซึ่งผิวหนังเกิดความผิดปกติ มีอาการแสบ คัน แดง และเกิดขุยได้ทั่วทุกบริเวณใบหน้า และตำแหน่งอื่นๆ ที่มีต่อมไขมันจำนวนมาก เช่น รูหู หนังศรีษะ หน้าอก รักแร้ รวมไปถึงบริเวณใบหน้า ซึ่งระดับความรุนแรงขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลครับ


ซึ่งส่วนมากจะเกิดเหมือนดังภาพ ผู้ที่เป็นจะมีลักษณะผิวแดง ลอกคัน คล้ายรังแคบนหนังศรีษะ แต่มาปรากฏที่ผิวหน้าครับ ซึ่งวิธีการรักษาของเซบเดิร์มนั้น จะแตกต่างกับการรักษาสิวครับ ซึ่งการรักษาส่วนมากหมอจะจ่ายยาในรูปของสเตียรอย ซึ่งในความเห็นของนุชาแล้ว เป็นการรักษาที่ปลายเหตุเอามากๆ ซึ่งสาเหตุหลักแล้ว เซบเดิร์ม จะเกิดจากความไม่สมดุลของสุขภาพ การขาดวิตามิน และ การใช้สารเคมีรุนแรงกันผิวหน้า และความผิดปกติของฮอร์โมนภายในร่างกาย

ซึ่งหากจจะรักษาอาการเซบเดิร์มให้หายขาดต้องเริ่มดูแลสุขภาพจากภายในให้ดีก่อน ดูแลเรื่องอาหารการกิน การพักผ่อน การนอนหลับ อารมณ์ และ การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับผิวครับ 

การรักษาโรคเซบเดิร์มที่นุชาแนะนำให้หลายคนที่เข้ามาปรึกษา และได้ผลดีมีผลิตภัณฑ์ที่แนะนำดังนี้นะครับ

1. เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่อ่อนโยน ไม่ทำร้ายความสมดุลของผิวหนัง ยกตัวอย่างผลิตภัณฑ์ เช่น ฟิสิโอเจล เซตาฟิว เป็นต้น

2. งดการพอกหน้าด้วยมาร์ค โคลนทุกชนิด แต่อาจจะใช้น้ำผึ้งพอกได้บ้าง

3. ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและลดการลอก แสบคันของผิวหนัง ใช้ทดแทนการใช้สารสเตียรอยได้แก่ อีซาร่าครีม ฟิสิโอเจลเอไอ ครับ

4. งดการรบกวนผิวหน้าด้วยการทำเลเซอร์ หรือ การรักษาที่รบกวนผิวหน้า หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำหอม AHA BHA เมนทอล การบูน พิมเสน แอลกอฮอร์ ครับ

5. นอนไม่เกิน 5 ทุ่ม

6. ทานผักผลไม้ทุกวัน และทานอาหารที่มีกากใยมากๆ

7. ห้ามท้องผูกต้องขับถ่ายทุกวันครับ

8. ทานอาหารให้ครบทุกมื้อ และให้ครบ 5 หมู่ครับ

9. งดการรบกวนผิวหน้า ด้วยการใช้ครีมบำรุงหลายๆ ตัว พอก ลอกขัด ทุกกรณี การทาครีมหลายตัวไม่ได้ช่วยให้อาการดีขึ้นเลยครับ


แนะนำการทานน้ำผักปั่นเพื่อปรับสมดุลให้กับร่างกายที่นี่นะครับ http://happyacne2you.blogspot.com/2013/08/blog-post.html


ข้อมูลเซบเดิร์ม (seb drem) จากสถาบันผิวหนังครับ 

โรค Seborrheic Dermatitis (เซ็บเดิร์ม) ในภาษาไทยยังไม่มีบัญญัติชื่อโรคนี้โดยเฉพาะ แต่อาจจะมีชื่อในภาษาไทย เช่น โรคต่อมน้ำมันอักเสบ, โรคแพ้เหงื่อ แพ้น้ำมัน, โรครังแคที่ใบหน้า สำหรับโรครังแคบนใบหน้าจัดอยู่ในกลุ่มโรคภูมิแพ้ทางผิวหนัง ซึ่งเกิดจากสาเหตุจากภายในร่างกาย โดยที่มีปัจจัยพันธุกรรมเป็นหลัก มีการกระตุ้นจากปัจจัยภายนอก เกิดได้ทุกช่วงอายุ โดยเฉพาะวัยเจริญพันธุ์


ความแตกต่างจากโรคผิวหนังอื่นๆ                                                              
            โรคเซ็บเดิร์มจะแตกต่างจากโรคผิวหนังอื่นๆ เพราะไม่ทราบสาเหตุแน่ชัดในการเกิดโรค แต่มีการศึกษาการเกิดโรคจากหลายทฤษฏี เช่น                                                
            - เกิดจากน้ำมันที่ผิวของคนเรา ซึ่งร่างกายผลิตขึ้นเองตามธรรมชาติ เมื่อผลิตขึ้นมาแล้ว ผิวหนังของเราเกิดการระคายเคืองขึ้นเอง พบได้ในบริเวณที่มีต่อมน้ำมันมาก เช่น บริเวณหนังศีรษะ, บริเวณคิ้ว, ข้างจมูก, แก้ม, รักแร้, สะดือ ฯลฯ บริเวณที่มีต่อมน้ำมันมากจึงพบโรคได้ง่าย
          - การเป็นภูมิแพ้ต่อเชื้อเกลื้อน เชื้อรา หากผู้ป่วยมีภูมิแพ้ต่อเชื้อเหล่านี้ อาจทำให้เกิดโรคได้ แต่ไม่ได้หมายถึงจะเป็นเชื้อเกลื้อน


อาการ
            -มีผื่นในบริเวณที่มีต่อมน้ำมันมาก ในระยะรุนแรงผื่นอาจขยายตัวเป็นบริเวณกว้าง เพราะต่อมน้ำมันมีอยู่ทั่วร่างกาย ในผู้ที่มีอาการรุนแรงอาจจะแยกอาการได้ยากจากโรคผิวหนังอื่นๆ  
            - มีการอักเสบของผิวหนัง มีอาการแดง ผื่น รู้สึกคัน ผิวหนังลอกเป็นสะเก็ดแผ่นๆ สะเก็ดจะมีลักษณะมัน ต่างจากสะเก็ดของโรคสะเก็ดเงิน ที่มีลักษณะขาวขุ่น แห้ง                                
            - บางรายจะมีอาการแสบหากโดนเหงื่อ โดนแสงแดด และมักจะเกิดอาการในบริเวณที่มีต่อมน้ำมันมากก่อนบริเวณอื่น หรือมีรังแคมากบริเวณศีรษะ แม้จะสระผมเป็นประจำ ก็ยังมีรังแค ซึ่งเป็นไปได้ว่าไม่ได้เกิดจากความสกปรก แต่เกิดจากโรคเซ็บเดิร์มที่ทำให้ผิวหนังเกิดการลอกผิวหนัง                                                                  
            - บางรายจะเกิดโรคบริเวณระหว่างคิ้ว ในหู หลังหู หลังจมูก รอบปาก ข้อพับ เพราะบริเวณนี้จะมีต่อมน้ำมันมากกว่าส่วนอื่น ในรายที่โรคอยู่ในระยะรุนแรง อาจเกิดผื่นได้ทั่วร่างกาย
          อาการของโรคเซ็บเดิร์มจะมีหลายระดับ เริ่มตั้งแต่การเกิดรังแคบริเวณหนังศีรษะ มีผื่นลอกที่หน้า มีผื่นตามลำตัว มีอาการคัน


ปัจจัยที่ทำให้เกิดโรค                                                                                  
          - เกิดจากภายในร่างกาย เช่น ระดับฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงในเพศหญิง                
          - พันธุกรรม หากมีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคเซ็บเดิร์ม ก็สามารถถ่ายทอดต่อกันได้ โอกาสเป็นโรคจะเพิ่มมากขึ้น    
          - ความเครียด ภูมิต้านทานต่ำ อดอาหาร เหงื่อ
          - การเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ ความชื้น ความร้อนจากแสงแดด                      
          - ฝุ่นละออง ควัน                                                                                  
          - การดื่มเหล้า
                                                                                                
          หากสามารถควบคุมปัจจัยเหล่านี้ได้ ก็จะเป็นการลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรค ซึ่งโรคสามารถเกิดขึ้นได้ทุกช่วงเวลา เป็นแล้วสามารถกลับมาเป็นซ้ำได้หากมีปัจจัยทั้งภายในและภายนอกร่างกายไปกระตุ้น ซึ่งปัจจัยต่างๆ ขึ้นอยู่กับการดำเนินชีวิตของแต่ละคน โรคเซ็บเดิร์มจัดเป็นโรคผิวหนังเรื้อรัง ที่ส่วนใหญ่จะไม่รุนแรง ผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้บ่อย มักจะเข้าใจการดำเนินโรค เพราะเมื่อรู้ว่าอะไรเป็นสาเหตุของการเกิดโรคของตนเอง หากควบคุมปัจจัยกระตุ้นนั้นได้ ก็จะไม่กลับมาเป็นโรคซ้ำ ในบางรายอาจเกิดโรคโดยไม่ทราบสาเหตุ เมื่อเปลี่ยนครีม เปลี่ยนผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ผิวก็เกิดการลอก แห้งเป็นขุย เปลี่ยนใช้ไปหลายๆ ชนิด อาการก็ยังไม่หาย และคิดว่าเกิดการแพ้ ซึ่งบางครั้งอาจไม่ได้เกิดจากผลิตภัณฑ์เหล่านั้น แต่เป็นเพราะผิวหนังมีการอักเสบ มีการลอกของผิว ผิวจึงแตกต่างกว่าผิวหนังทั่วไป เมื่อมีอะไรมาสัมผัสจึงเกิดการระคายเคืองได้ง่าย เกิดการแพ้ แม้แต่น้ำเปล่า เป็นเพราะผิวแพ้น้ำมันที่ร่างกายผลิตออกมา ทำให้เกิดการลอกของผิวหนัง การวินิจฉัยของแพทย์ จึงต้องถามผู้ป่วยว่า “คุณผิวมัน แต่ผิวลอกใช่ไหม” ผู้ป่วยส่วนมากมักมาด้วยลักษณะผิวหน้ามัน แต่ผิวหน้าลอก ซึ่งการรักษาด้วยการทาครีมเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น จึงบรรเทาอาการไม่ได้ เพราะผิวลอกไม่ได้เกิดจากการขาดน้ำมัน แต่ลอกเพราะผิวหนังอักเสบ ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรค
          จากการวิจัยโดยสถาบันโรคผิวหนัง พบว่าคนไทยประมาณ 30% เป็นโรคเซ็บเดิร์ม แต่มักไม่ได้รับการรักษา เพราะมองข้ามอาการเล็กๆ น้อยๆ เนื่องจากอาจจะมีอาการเป็นๆ หายๆ


กลุ่มเสี่ยง                                                                                                  
          - ในกลุ่มวัย 10 – 25 ปี เพราะมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน                                    
          - กลุ่มคนที่มีความเครียดสูง ทั้งจากการทำงาน, ความเครียด ฯลฯ                    
          - อาชีพที่มีการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศบ่อยครั้ง การทำงานไม่เป็นเวลาแน่นอน เช่น แอร์โฮสเตส, พยาบาล ฯลฯ                                                        
          - กลุ่มคนที่มีประวัติในครอบครัวเป็นโรคเซ็บเดิร์ม                                          
          - คนที่มีรังแคมาก
การรักษา                                                                                                            
          - จะใช้ยาในกลุ่มสเตรียรอยด์ มีความเข้มข้นต่ำ ในการควบคุมโรค เพื่อให้เกิดผลข้างเคียงกับผู้ใช้น้อยที่สุด                
          - ผู้ป่วยควรควบคุม หลีกเลี่ยง ปัจจัยที่ทำให้เกิดโรค                                        
          - หากเกิดรังแคบริเวณหนังศีรษะ จะแนะนำให้ผู้ป่วยใช้แชมพูที่มีตัวยาควบคุม ช่วยลดการแบ่งตัว ลดอาการคัน



แล้วพบกันบทความหน้านะครับ
นุชา

seb drem, รักษาเซบเดิร์ม, เซบเดิร์ม, เซบเดิร์มคืออะไร,

Saturday, September 13, 2014

วิธีการหลีกเลี่ยง-ป้องกันการเกิดสิวอุดตัน ฉบับนุชา

สวัสดีครับ วันนี้นุชามาแนะนำ วิธีการป้องกัน หรือ หลีกเลี่ยงการเกิดสิวอุดตัน ซึ่ง มีพี่ๆ น้องๆ หลายคนเข้ามาสอบถามที่เพจ และทางอีเมลล์อยู่บ่อยครั้ง ว่าทำไมฉันถึงเป็นสิวอุดตัน ทำไมฉันถึงไม่หายจากสิวอุดตันซักที

จากประสบการณ์การรักษาสิวของนุชา ตลอด 6 ปี ที่ผ่านมา นุชาพบว่า สิวอุดตันที่เกิดจากภายนอก เกิดจากการอุดตันของรูขุมขน และสิ่งกระตุ้น หรืออาจจะทำให้เกิดการอุดตันได้ครับ ซึ่งส่วนมากจะเกิดได้ง่ายกับคนที่มีลักษณะ พื้นฐานของผิว ที่มัน หรือ มันมากถึงมากที่สุด

จากตลอด 6 ปี ของประสบการณ์รักษาสิว ที่ผ่านมานุชาพบว่าสิ่งต่อไปนี้ เมื่อใช้แล้วก่อให้เกิดการอุดตันและทำให้เกิดสิวอุดตันได้ในที่สุดครับ


1.ครีมบำรุงผิวหน้า ที่ไม่ได้ระบุว่าสำหรับคนเป็นสิว หรือ ไม่ได้มีไว้สำหรับผิวมัน

ซึ่งการใช้ครีมบำรุงผิวประเภทของผิวซึ่งออกแบบมาไม่เหมาะสม กับสภาพผิวของเรา จะก่อให้เกิดปัจจัยการกระตุ้นการเกิดสิว การอุดตันของรูขุมขน และ ทำให้เกิดการอักเสบได้ครับ ยกตัวอย่าง ครีมสำหรับคนผิวแห้งซึ่งในครีมจะถูกผสมสารที่เพิ่มความชุ่มชื่นไว้ในปริมาณในระดับความเข้มข้นที่สูงมาก และ บางครั้งหรือเกือบร้อยละ 90% จะถูกผสมด้วยน้ำมันต่างๆ เพื่อให้ผิวไม่แห้ง ซึ่งจะก่อให้เกิดการอุดตันได้ หากคนผิวมันไปใช้ครับ




2. การพอกผิวหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ที่ก่อให้เกิดการอุดตันของรูขุมขน นุชาเห็นหลายๆ คนที่เป็นสิว ต่างให้ความสนใจในการดูแลผิวหน้าด้วยการพอกหน้า และคิดว่าการพอกหน้าจะทำให้สิวหายไป ซึ่งในความเป็นจริง นุชาตอบได้เลยนะครับ ว่าไม่จริง

ระหว่างการรักษาสิวด้วยตนเองครั้งล่าสุดที่ทำให้หน้าของนุชาสิวหายดีมากที่สุดเท่าที่จะเคยเกิดขึ้น นุชาไม่เคยพอกหน้า ระหว่างที่เป็นสิวเลยครับ เพราะการพอกหน้าจะเป็นการรบกวนผิวที่กำลังเกิดการอักเสบ และทำให้มาร์ค หรือ อะไรก็ตามแต่ ที่เราพอกไปนั้น เกิดการตกค้าง บนสะเก็ดแผลสิวและส่งผลทำให้เกิดการอักเสบซ้ำซ้อน และเกิดการอุดตันได้ครับ

ดังนั้นหากใครสิวยังไม่หายดี หรือ ยังเป็นมากๆ นุชา ขอไม่แนะนำการพอกหน้าทุกชนิดนะครับ ยกตัวอย่างการพอกหน้าที่นุชาใช้แล้วเกิดสิวอุดตันได้แก่ การพอกหน้าด้วยทนาคา การพอกหน้าด้วยดินสอพอง หลายคนคงคิดว่า อ้าวว เห็นใครๆ ก็ทำกัน แต่ในทางปฏิบัติของนุชาเอง นุชาพบว่าถึงแม้เราจะทำความสะอาดผิวดีมากๆ หลังทำการทำความสะอาดผิวหลายคนคิดว่าสะอาดหมดจด หากลองเช็ดด้วยโทนเนอร์ดูอีกครั้ง จะพบว่ายังมีคราบสิ่งสกปรกติดผิวหน้าของเราครับ หากจะล้างให้สะอาดเพื่อไม่ให้สิ่งที่พอกหน้าอุดตันจริงๆ อาจจะต้องล้างหน้าดว้ยน้ำถึง 5-6 ครั้ง ซึ่งอาจจะทำให้ผิวเกิดเสียสมดุลไปเสียแล้วครับ

แต่หากใครสิวหายก็ลองพอกได้ไม่ว่ากัน เพียงแต่ไม่แนะนำสำหรับคนเป็นสิว เพราะสิ่งที่บอกเล่าเป็นเรื่องจากที่นุชาเจอมาเท่านั้นเองครับ


3. การใช้แป้งเด็กทำให้เกิดสิวอุดตัน อันนี้เป็นเรื่องที่นุชาว่าเห้ย มันเป็นได้จริงๆ เพราะว่าตลอกเวลา 4 -5 ปีที่ผ่านมา นุชาใช้แป้งเด็กในการทาหน้าเพื่อลดความมันเสมอมา ว่าง เมื่อไหร่ก็ทา โบกไป เพื่อหวังว่าจะทำให้หน้ามันน้อยลงและสิวจะได้ไม่ขึ้น แต่ผลปรากฏว่าการใช้แป้งเด็กก่อให้เกิดการสะสมจนทำให้เกิดการอุดตันได้ นุชาเคยได้ยินมาว่า แต่ค้นหาผลการทดลองไม่เจอนนะครับ ว่ากันว่า แป้งเด็กจะมีโมเลกุลที่ใหญ่กว่า แป้งสำหรับทาผิวทั่วไป จึงก่อให้เกิดการอุดตันได้ง่าย หากใครคิดว่าแป้งเด็กอ่อนสำหรัับผิวตัวเองแล้ว

แต่.. ใช้แป้งเด็ก ไปกี่ปีก็ปางก็ยังมีสิวขึ้นอยู่ แนะนำให้เปลี่ยนมาใช้แป้งสำหรับคนเป็นสิว หรือแป้งที่ออกแบบมาสำหรับทาผิวหน้า ที่ไม่ใช่แป้งเด็ก ผลลัพธ์อาจจะน่าพอใจกว่าที่เคยใช้แป้งเด็กก็ได้ ไม่เชื่อลองดูเลยครับ


ภาพแสดงเชื้อ Propionibacterium Acnes
www.healthzillion.com

4. ห้าม!! จับหน้าระหว่างวัน จากการทดลองทางวิทยาศาสตร์พบว่าในมือของเราที่จับต้องสิ่งของตลอดเวลา จึงทำให้เกิดการสะสมของเชื้อโรคนานาชนิด รวมถึงเชื้อ P.acne ซึ่งเป็นต้นเหตุของการเกิดสิว เรื้อรัง หากเอามือคอยไปจับหน้าระหว่างวัน นอกจากจะไม่ทำให้สิวหายแล้ว ยังเป็นการช่วยให้เชื้อ P.acne ได้อิ่มอร่อยกับรูขุมขนรอบๆ อีกด้วยครับ


แล้วมาพบกับบทความหน้าจากประสบการณ์เรื่องสิวๆ ของนุชาใหม่นะครับ

13 กันยายน 2557

หลีกเลี่ยงการเกิดสิว, สิวอุดตัน, สิวอักเสบ, สิวเรื้อรัง, สิวหายได้, ป้องกันการเกิดสิว

Tuesday, September 9, 2014

I Have A Dream : ออกกำลังกายป้องกันสิว รักษากรดไหลย้อน

สวัสดีมิตรรักแฟนบล็อคทั้งหลายครับ ห่างหายไปนาน ตอนนี้นุชาก็เริ่มออกกำลังกายอีกครั้ง หลังจากหยุดพักไปนานิเพราะขี้เกียจ ตอนนี้ก็ปรับพฤติกรรมการกินอาหาร ให้ตรงเวลามากขึ้น ทานให้ครบทุกมื้อ ไม่ทานอาหารแล้วนอนเลยทันทีเหมือนแต่ก่อน เพราะต้องการรักษากรดไหลย้อนจริงจังซักทีครับ

ตอนนี้สิวของนุชาจากที่อัพเดทตลอดผ่านบลอค ไม่ขึ้นแล้วครับ เหลือรอยสิว รอยดำ รอยแดงจากสิว บ้าง เยอะอยู่ แต่โดยรวมผลน่าพอใจครับ

ตอนนี้ก็กำลังใช้ผลิตภัณฑ์ของตัวเอง แทนการใช้ยาละลายสิว รู้สึกได้เลยว่า ตัวละลายสิวของนุขานั้น อ่อนโยนกว่า และ ผลข้างเคียงน้อยกว่ามาก คงอีกซักพัก น่าจะได้ แจกให้หลายๆคน ที่ติดตามนุชา ได้ทดลองไปใช้กันนะครับ เพราะของดีอยากให้ใช้จริงๆ





ช่วงนี้ นอกจากนุชา สนใจการดูแชรักษาสุขภาพผไม่ว่า จะเป็นด้านอาหารโภชนาการ การออกกำลังกาย อยากลองเปลี่ยนแปลงรูปร่างของตัวเองให้ดูดีขึ้นซักหน่อย เพราะนุชา ผอมมาก อยากดูดีอีกหน่อย การคุมอาหาร การออกกำลังกายน่าจะช่สวยได้เยอะ รวมทั้ง สิว กรดไหลย้อน ก็จะดีขึ้นแน่นอน นุชาเชื่อแบบนั้นครับ

Thursday, September 4, 2014

อัพเดทความเป็นไป เข้าค่ายรับน้องสิวขึ้น

สวัสดีครับ เสร็จจากเข้าค่ายรับน้อง นอนดึก สองสามวัน น้ำที่ล้างหน้าไม่สะอาด เจอฝุ่นเจอมลพิษเยอะ สิวของนุชาขึ้น 1 เม็ด เลยนะครับ จากที่อัพเดทในบทความที่แล้ว หลายๆ คนอาจจะไม่เห็นภาพ ตอนนี้นุชาเลย นำภาพที่สิวขึ้นพร้อมกัน 1 จุด แต่ขึ้น 3 เม็ด โตๆ พร้อมกันมาให้ดูกันนะครับ

สิวที่ขึ้นบริเวณแก้มซ้ายนะครับ 

ลักษณะของสิวที่ขึ้น ตอนแรกๆ จะเกิดอาการบวมแดงๆ เป่งๆ เวลาล้างหน้าจะมีอาการรู้สึกจิ๊ดๆ นะครับ ผ่านไปซัก 2 วัน สิวก็เกิดการอักเสบเป็นเม็ดสีเหลืองครับ นุชาได้ใช้ตัวละลายสิวของนุชาที่ได้จากบริษัทที่สั่งผลิตเอง เพื่อทดแทนเบนเซกดู  ผลผ่านไป 1 วันสิวก็แตกออกมา และยุบตัวลงอย่างรวดเร็วครับ ค่อนข้างพอใจกับผลลัพธ์ที่ได้เลยทีเดียว  และผลค้างเคียงก็ไม่ทำให้ผิวแห้งแตกลอกเหมือนการใช้ยาด้วยครับ 


เหตุผลที่นุชาเลิกใช้เบนเซกไป เพราะพบว่า หากเราใช้ไปนานๆ ระยะเวลาเกิน 5-6 เดือนแล้ว เหมือนผิวของเราจะค่อนข้างแห้งและไม่ชุ่มชื่น เพราะเนื่องจากเบนเซก เป็นตัวยา 


ซึ่งข้อบ่งใช้ของเขารักษาสิวเท่านั้น นุชนจึงพยายามหาผลิตภัณฑ์ที่จะใช้ทดแทนการใช้เบนเซก หรือ อาจจะเริ่มต้นใช้แทนเบนเซก หรือ ใช้เบนเซกซักระยะแล้วมาเริ่มใช้ตัวละลายสิวตัวนี้
ก็ได้ครับ น่าจะโอเครมากๆ สำหรับคนเป็นสิว


ในส่วนของตัวละลายสิวที่นุชาใช้ ส่วนผสมที่บริษัทที่เขาผลิต เขาคิดค้นมาตอบโจทย์สำหรับผิวแพ้ง่าย และเน้นส่วนผสมเป็นสารกัดจากธรรมชาติที่ไม่ทำให้เกิดสารเคมีตกค้างลงบนผิว และยังมีสารที่ช่วยรักษารอยสิว และกระชับรูขุมขน ภายใน 1 เดียว น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีในการรักษาสิวด้วยตนเองครับ 


คงอีกไม่นาน นุชาคงจะได้นำมาแบ่งปันเพื่อนๆ ให้ทดลองใช้กันดูนะครับ เดี๋ยวบล็อคหน้าจะมาอัพเดทว่าสิวที่ทิ้งรอยไว้ตรงจุดนี้จะดีขึ้นมากน้อยแค่ไหนนะครับ


นุชา
4 กันยายน 2557

รักษาสิวด้วยตนเอง,ผลิตภัณฑ์รักษาสิว,ยาละลายสิว,รักษาสิวด้วยธรรมชาติ

Monday, September 1, 2014

อัพเดทเรื่องสิว วันที่ 2 กันยายน 2557

ฮัลโหลมา อัพเดทความเป็นไปเป็นมา หลังจากหายไปสองสามวัน ที่นุชา ไม่ได้มาอัพเดทเพจ และ บล็อคเป็นเรื่องเป็นราว ฮ่าๆ



ตอนนี้ นุชา มีสิวขึ้นที่แก้ม 1 เม็ด ใหญ่ๆ เกิดจากการอุดตัน เนื่องจาก ไปเข้าค่ายที่ นครนายก น้ำสกปรกมากกกก ดีนะที่ขึ้น 1 เม็ด ไม่ลามไปที่อื่น


ตอนนี้ก็กำลังทดลองใช้ ตัวละลายสิวตัวใหม่ ที่นุชา กำลังจะใช้ทดแทน การใช้เบนเซก ซึ่ง ผลข้างเคียงน้อยกว่า และสามารถใช้ระยะยาวได้โดยปลอดภัย และอีกทั้งยังมีสารสกัดที่ช่วยปรับสภาพรูขุมขนให้กระขับขึ้นด้วย ตอนนี้ผิวดีขึ้นเยอะเลยครับ


สำหรับสุขภาพภายใน ที่บอกไปว่า กรดไหลย้อน เกิดกำเริบ ซึ่งตอนนี้ หลังจากไปเข้าค่าย น้ำหนักลงไป 2 โล เพราะทานข้าวน้อย และ กินเยอะจะอาเจีย และเกิดความเครียดสะสม จากการเรียน ซึ่งตอนนี้เกรดออกแล้ว สรุปคือผ่าน... เป็นเพราะนุชาคิดมากไปเอง ทั้งๆ ที่ตัวเองก็สามารถทำให้ (วิชาสถิติ) ตอนนี้เลยหายเครียดละครับ อาการจะอยากอาเจียหลังกินข้าวเสร็จ และ จะมีอาการไอเป็นระยะๆ เนื่องจากกรดย้อนไปที่หลอดอาหารทำให้เกิดการระคายเคือง เป็นโรคที่ไม่ตาย แต่ทรมานนะครับ


ตอนนี้ก็ปรับอาหารให้สมดุล และ ปรับพฤติกรรมการนอนใหม่ เมื่อก่อน ชอบกินข้าวมื้อดึก กินแล้วนอนทันที จึงเป็นสาเหตุของกรดไหลย้อนครับ ตอนนี้ก็ทานขมิ้นชันในการรักษา ด้วยครับ


ขอบคุณทุกคนที่มอบความรักและความรู้สึกดีๆ ให้นุชาเสมอมมา
ขอบคุณตัวเองที่ทำให้นุชามีชีวิตในวันนี้ไปอีก 1 วันครับ

นุชา



สิว, การรักษาสิว, รักษาสิวด้วยตนเอง, สิวหาย, การดูแลสิว,